Alcohol for Love? [Short Fic Uruha x Ruki]

posted on 16 Jul 2012 11:02 by god-of-death

Alcohol for Love? 
ช็อตฟิคเรื่องนี้เกิดได้เพราะฝันวายเมื่อเช้า โอ๊ว...ขนาดหลับยังเก็บไปฝัน ชาบูความวายของตัวเองจริงๆ ไอ้คนใสซื่อสุดติ่งเอ๊ยยยย 


Let’s Go.. 


“แม่คะ รุกิจังมาแล้ว” เสียงเล็กๆ น่ารักดังขึ้นอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าผมเปิดประตูเข้ามาในบ้าน เด็กสาวที่มีอายุครบห้าขวบในวันนี้พอดิบพอดีวิ่งเข้ามากอดผมที่ย่อตัวนั่งลงรอรับอยู่ก่อนแล้ว สัมผัสเบาๆ บนแก้มทั้งด้านซ้ายและด้านขวาจากริมฝีปากนิ่มสีแดงสดของนางฟ้าตัวน้อยๆ ทำให้ผมหายเหนื่อยจากการยืนรถเบียดผู้คนนับร้อยชีวิตบนรถไฟยามเย็นเป็นปลิดทิ้ง 


“รุกิจังมีอะไรมาฝากหนูหรือเปล่าคะ” เสียงออดอ้อนยังคงถามผมไม่เลิก 


“มีสิครับ วันนี้น้ามีอะไรมาให้ด้วย แต่เอริรินต้องหลับตาก่อนน๊า” ผมบอกพลางค่อยๆ ผละออกจากเด็กหญิงตัวน้อยๆ ในอ้อมแขน และเปิดประตูเพื่อหยิบเอาของที่วางไว้นอกบ้านเข้ามา จับมันถูกไปเบาๆ บนหน้าของอีกฝ่าย 


“ว้าว..คุณกระต่าย หนูรักรุกิจังที่สุดในโลกเลย” 


“รุกิจังก็รักเอริรินที่สุดในโลกเหมือนกันครับ ไหนมาจุ๊บอีกทีซิ จู...เฮะ” ยังไม่ทันจะได้จุ๊บตามคำเรียกร้องผมก็ต้องตาค้าง และอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าคนที่เกลียดขี้หน้ามากที่สุดในโลกมายืนกอดอกพิงผนังมองผมอยู่ หน้ามันก็นิ่งๆ แต่สายตาแบบนั้นเหมือนไอ้เด็กเวรนั่นมันกำลังหัวเราะ ถ้าจะมองแบบนี้มาต่อยกันเลยดีกว่าว่ะ อย่าคิดว่าแกตัวใหญ่กว่าแล้วฉันจะกลัวนะเฟ๊ย ว่าแต่หมอนี่มันมาทำอะไรที่บ้านพี่สาวผมได้ทุกวี่ทุกวันวะ มาทีไรนี่เจอตลอด 


“รุกิจังไม่จุ๊บแล้วเหรอ” เสียงเล็กๆ ถามผมพลางกระตุกคอเสื้อผมยิกๆ 


“จุ๊บสิครับ จุ๊บ” ผมบอกพลางยื่นหน้าและปากเข้าไปใกล้อีกฝ่าย หลานสาวตัวเล็กยิ้มก่อนจะกอดคอผมแล้วโน้มตัวลงมาจุ๊บเบาๆ ที่ปากของผม เอ่อ..ผมไม่ได้เตี้ยขนาดที่เด็กห้าขวบต้องก้มลงมานะครับ พอดีว่าผมนั่งอยู่เท่านั้นเอง 


“ให้พี่ช่วยถือนะครับ” เสียงทุ้มห้าวของไอ้คนที่ยืนเก๊กนิ่งอยู่เมื่อกี้ ดังขึ้นข้างๆ ผม ไม่รู้ว่ามันมานั่งตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน ไวเว่อร์ 


“ไม่ต้องยุ่ง” ผมหันไปตวาดใส่ แต่นางฟ้าที่อยู่ตรงหน้ากลับร้องบอกเบาๆ 


“ให้พี่อุรุฮะถือดีแล้ว รุกิจังก็อุ้มหนูเข้าไปไง” ชิ..ฉันไม่ได้ยอมเพราะแกนะเฟ๊ย 


“ครับๆ งั้นเดี๋ยวน้าอุ้มเอริรินเข้าไปข้างในเนอะ หิวจังเลยคุณแม่ทำอะไรให้กินน๊า” ผมย่อตัวลงอุ้มหลานสาวตัวเล็กอีกครั้ง ก่อนจะเดินนำเข้าบ้าน ทิ้งให้ไอ้เด็กบ้านั่นถือตุ๊กตากระต่ายสีชมพูตัวใหญ่เดินตามเข้ามาทีหลัง 


“อ้าวรุกิ มาแล้วเหรอจ๊ะ” เสียงหวานดังขึ้นจากด้านใน สาวสวยที่กำลังจัดโต๊ะอาหารอย่างขะมักเขม้นหันมายิ้มให้ผมเหมือนเคย ถึงแม้จะไม่บอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับผู้หญิงตรงหน้า แต่ถ้าใครเจอเราสองคนพร้อมกันก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นพี่น้อง ก็หน้ามันพิมพ์เดียวกันซะขนาดนี้ แต่จะดีมากกว่าถ้ามันไม่เหมือน เพราะพี่สาวผมสวยมาก แล้วผมที่หน้าเหมือนกันเป๊ะจะถูกใครต่อใครทักว่าเป็นน้องสาวมันก็ไม่แปลกหรอก แม้มันจะขัดกับความรู้สึกผมอยู่สักหน่อยแต่มันปฏิเสธไม่ได้นี่นะ 


“มาแล้วครับ พี่ทำอะไรกินเยอะแยะเชียว” ผมบอกพลางวางหลานสาวลงบนเก้าอี้ และก้มลงมองอาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ 


“ก็นานๆ จะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาที อีกอย่างนี่ก็เป็นวันเกิดของเอริจังด้วย ต้องเต็มที่กันหน่อยละ” 


“แล้วพี่เขยไม่กลับมาหรือครับ หรือว่าไม่ตรงวันหยุดเลยกลับไม่ได้” ผมถามออกไปเมื่อไม่เห็นสมาชิกอีกคนที่น่าจะอยู่ที่บ้านด้วย พี่เขยผมต้องไปดูแลสาขาของงานที่ต่างจังหวัด วันหยุดทีถึงจะได้กลับบ้านน่ะครับ อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันพฤหัสบดีด้วย เลยไม่แน่ใจว่าจะกลับมาได้ไหม 


“เดี๋ยวก็คงมาแล้วล่ะจ้ะ อ๊ะ!! นั่นไง” พี่สาวบอกก่อนจะร้องออกมาอย่างดีใจ เมื่อได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออก พร้อมกับเสียงทักทาย 


“กลับมาแล้ว” สาวน้อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รีบโดดลง และวิ่งไปที่ประตูทันที 


“คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอคะ มีของขวัญมาให้หนูหรือเปล่า” เสียงใสยังคงทวงของขวัญวันเกิดเหมือนเดิม ทำเอาพวกเราที่เหลือพากันหัวเราะ 


“ไม่มีครับ แต่พรุ่งนี้พ่อลางาน จะมีเวลาอยู่กับหนู อยู่กับคุณแม่สามวันเลย เราไปเที่ยวสวนสนุกกัน แล้วถ้าลูกอยากได้อะไรเดี๋ยวพ่อจะพาไปซื้อดีไหมครับ” เสียงพี่เขยบอก จากทีแรกหลานสาวผมทำท่าจะร้องไห้ แต่พอได้ยินประโยคหลังๆ เจ้าตัวก็ยิ้มหน้าบานเลยทีเดียว 


“เอริรักคุณพ่อที่สุดในโลกเลย” 


“อ้าว..ไหนเมื่อกี้บอกว่ารักน้าที่สุดในโลกไง” ผมแย้งขึ้นมาอย่างไม่เห็นด้วยที่ตัวเองถูกเมินไปชั่วคราว 


“งั้น....เอริรักคุณพ่อ คุณแม่ รุกิจัง แล้วก็พี่อุรุฮะที่สุดในโลกเลย” นางฟ้าของผมทำท่าคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบออกมา ไอ้ดีใจมันก็ดีใจหรอกครับ แต่ทำไมถึงมีไอ้เด็กบ้าที่กำลังนั่งยิ้มมองผมอยู่ติดอันดับมาด้วยวะ ไม่สบอารมณ์เฟ๊ย 


ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะไม่ไว้ใจไอ้เด็กบ้านี่นะสิ หมอนี่เป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่เขยผมน่ะ เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม แต่ว่าเป็นรุ่นน้องผมสองปีแถมเรียนคนละคณะ ผมน่ะมันเด็กถาปัตย์ ส่วนหมอนี่อ่ะนักศึกษาแพทย์ ผมสงสัยว่าเจ้าตัวอาจจะแอบชอบพี่สาวผมอยู่ก็ได้ ถึงได้มาที่นี่บ่อยๆ ทั้งที่พี่เขยผมไม่ได้อยู่สักหน่อย ทำไมถึงรู้น่ะเหรอ ก็เห็นกับตาเลยนี่นา เวลาผมมาหาพี่สาวทีไรก็เจอไอ้เด็กบ้านี่ตลอดๆ แถมหมอนี่ยังชอบเอาอกเอาใจหลานผมทุกอย่าง ทั้งชอบอุ้ม ป้อนข้าว ให้นั่งตัก โอ๊ยยยย ไอ้น้องเนรคุณ คิดจะแย่งแฟนลูกพี่ลูกน้องตัวเองหรือไง ไม่เห็นเรอะว่าพี่สาวฉันแก่กว่านายตั้งเกือบสิบปี แม้จะยังสวยปิ๊งอยู่ก็เถอะ หน้าตาก็ดีไม่น่านิสัยเสียแบบนี้เลยให้ตาย โอ๊ย ยิ่งพูดถึงยิ่งไม่ถูกชะตา 


“งั้นเราเริ่มลงมือกันเลยดีไหม” 


“ไม่ได้ค่ะ คุณพ่อกับรุกิจังต้องไปล้างมือก่อน พี่อุรุฮะบอกว่า ถ้าไม่ล้างมือก่อนทานอาหารเราก็จะได้รับเชื้อโรคเข้าไปด้วย เดี๋ยวคุณพ่อกับรุกิจังจะไม่สบายนะคะ” เด็กสาวตัวน้อยร้องห้าม ทำเอาผมกับพี่เขยมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย และทุกคนก็พากันหัวเราะในความเฉลียวฉลาดช่างจดช่างจำของแม่สาวตัวเล็กตรงหน้า 


“ครับๆ ” ทั้งผมและพี่เขยพูดพร้อมกัน ก่อนจะพากันเดินไปในครัวเพื่อล้างมือ 


“รุกิกับอุรุฮะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน วันนี้ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว” พี่เขยบอกเมื่อเราทุกคนพร้อมกันอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว ผมหันไปมองไอ้คนที่นั่งข้างๆ แว่บหนึ่ง เด็กเรียนอย่างอย่างหมอนี่เนี่ยนะจะดื่มเหล้าไหวเร้อ 


“อะไรก็ไม่ว่าหรอกจ้ะหนุ่มๆ แต่ต้องหลังจากตัดเค้กแล้วก็พาเอริจังเข้านอนแล้วนะ” พี่สาวผมหันมาบอกทุกคน ก่อนจะก้มลงไปช่วยลูกสาวตัวเองเช็ดแก้มที่เลอะซอสมะเขือเทศ 


เมื่อกินอาหารเสร็จก็ถึงช่วงของหวาน เราร้องเพลงวันเกิดและก็ช่วยเอริรินตัดเค้ก ก่อนที่จะถูกป้อนคนละคำด้วยมือเล็กๆ นั่น จากนั้นพี่สาวก็พานางฟ้าของพวกเราทุกคนไปเข้านอนเพราะเริ่มดึกสำหรับเด็กห้าขวบแล้ว ส่วนพวกผมก็ย้ายสถานที่มานั่งสังสรรค์กันต่อที่โซฟาในห้องรับแขกตามประสาผู้ชาย จะว่าใช้วันเกิดสาวน้อยเป็นข้ออ้างในการดื่มก็ไม่ผิดนัก 


เราสามคนนั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย ส่วนผมก็ตั้งหน้าตั้งตามอมเหล้าไอ้คนที่นั่งข้างๆ ไปเรื่อยๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว เด็กเรียนอย่างหมอนี่น่ะเหรอพนันได้เลยว่าไม่กี่แก้วเดี๋ยวก็จอด ทีนี้แหละเสร็จผมแน่ พ่อจะอาสาพากลับแล้วก็ทิ้งไว้แถวหน้าบาร์เกย์ หน้าตาแบบหมอนี่เก้ง กวาง ชะนีคงตบตีแย่งกันตาย ก๊าก..แค่คิดก็สะใจแล้ว สมน้ำหน้าอยากมาคิดไม่ซื่อกับพี่สาวผมดีนัก ชิ 


“รุกิซัง เบาๆ หน่อยก็ดีนะครับ เดี๋ยวผมจะเมาซะก่อน” เสียงทุ้มของอีกฝ่ายร้องเตือนผมเบาๆ แล้ว..ทำไมจะต้องก้มลงมากระซิบใกล้ๆ หูด้วย มึงพูดอยู่ที่เดิมกูก็ได้ยิน ไม่ได้หูตึง -*- ผมหันไปค้อนขวับใส่อีกฝ่าย แต่หมอนั่นกลับหัวเราะเบาๆ แล้วก็เอนตัวกลับไปพิงพนักโซฟาดังเดิม แขนยาวๆ ของอีกฝ่ายพาดมาตามความยาวของโซฟา มองไปก็คล้ายๆ จะโอบไหล่ผมอยู่ แต่คงไม่ใช่เพราะผมก็ผู้ชาย แล้วผู้ชายที่ไหนจะอยากมาทำอะไรแบบนี้ด้วยกันล่ะครับ จริงไหม? 


“ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้าเมาจริงๆ ค้างที่นี่เลยก็ได้นี่นา ดีซะอีกอุรุฮะจะได้ไม่ต้องขับรถกลับบ้านดึกๆ ” พี่เขยบอกก่อนที่หมอนั่นจะยิ้มตอบ 


“นั่นสินะครับ” ทำเป็นเออออห่อหมก ชิ 


“ไม่เป็นหรอกครับพี่เขย เดี๋ยวผมไปส่งน้องพี่เองก็ได้ เคยได้ยินว่าบ้านอยู่ไม่ไกลกับบ้านพี่ไม่ใช่เหรอครับ” ผมรีบแทรกเมื่อสบโอกาสทอง จะปล่อยให้หมอนี่นอนค้างไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นแผนผมล้มเหลวแย่ นานๆ จะหาโอกาสแก้เผ็ดไอ้เด็กบ้านี่ได้สักที บังอาจจ้องจะตีท้ายครัวชาวบ้าน ต้องโดนครับ ฮี่ๆ 


“ดีนะครับ ว่าแต่รุกิซัง..คุณรู้จักบ้านผมเหรอ” 


“เดี๋ยวไปถึงแถวนั้นค่อยปลุกนายมาถามก็ได้นี่นา เอาน่าดื่มๆ เข้าไปเถอะ เอ้า..ชนแก้ว” ผมบอกก่อนที่เราสามคนจะยกแก้วขึ้นมาชนกันอีกครั้ง 





“ดึกแล้วนะรุกิ แถมอุรุฮะก็ท่าทางจะเมา ยังไงนอนค้างที่นี่แล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปเตรียมห้องให้ ยังไงถ้าง่วงก็เข้าไปนอนนะ” พี่เขยบอกผมหลังจากที่เรานั่งดื่มกันไปได้สักสองชั่วโมง พี่ก็ขอตัวไปพักเพราะว่าพรุ่งนี้ต้องพานางฟ้าของผมไปสวนสนุกแบบพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก 


“ครับ ผมขอนั่งดื่มต่อ ดูฟุตบอลจบเดี๋ยวจะเข้าไปนอนฮะ ส่วนหมอนี่เดี๋ยวผมพาไปเอง” ผมรีบบอกเมื่อเห็นว่าพี่เขยเตรียมจะเข้ามาพยุงไอ้คนที่นั่งเมาหลับพิงผมอยู่ไปนอน ถ้าพี่เขยพาไปจริงๆ ที่ผมวางแผนก็ล้มเหลวนะสิ ไม่มีทางซะหรอก 


“จะไหวเหรอ อุรุฮะตัวใหญ่กว่าเราตั้งเยอะ” โหย...นี่จะว่าผมเตี้ยใช่ไหม ถ้าไม่ใช่แฟนพี่สาวละก็ผมถ้าต่อยจริงๆ เลยนะเนี่ย 


“ครับๆ ไหวก็ไหว งั้นพี่ไปนอนแล้วนะ” เมื่อเห็นสายตาของผม เจ้าของบ้านหนุ่มหล่อก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขอตัว 


“เฮ้..นาย นอนดีๆ สิวะ” ผมโวยวายเบาๆ เมื่อพี่เขยเดินเข้าห้องตัวเองไปแล้ว จะเพราะอะไรล่ะครับถ้าไม่ใช่เพราะว่า ไอ้คนที่ถูกผมมอมจนเมาเรียบร้อยแล้วมันเลื้อยจากไหล่ลงมานอนซบตักผมน่ะ ขาฉันไม่ใช่หมอนของนายนะเฟ๊ย พยายามจะผลักหัวอีกฝ่ายออก แต่รู้สึกมันทำไมหนักอย่างนี้เนี่ย 


“อ๊ะ...ฮึ่ย เพราะนายเมาหรอกนะ” ผมอุทานอีกรอบเมื่อแขนของอีกฝ่ายเลื้อยมากอดรอบเอว แต่ดูคนที่หลับอยู่จะไม่รู้เรื่องรู้ราว คอยดูเถอะ นายจะตื่นมาอีกครั้งพร้อมความสดใส ฉันก็ไม่รู้หรอกว่านายจะได้สามีหรือภรรยา อีกอย่างถ้าได้ภรรยาก็ไม่รู้ว่าจะเป็นผู้ชายหรือกะเทย แค่คิดผมก็มีความสุขมากมาย นั่งดื่มต่อพลางดูถ่ายทอดสุดฟุตบอลไปด้วย ดื่มไปดื่มมาก็มึนเหมือนกันแฮะ แต่อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงบอลก็จบแล้ว ทนไว้รุกิ 





“อืม..เช้าแล้วเหรอเนี่ย” ผมบ่นเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตา ตั้งท่าจะขยับพลิกตัวหันหนีแสงที่สาดส่อใส่ตาแบบไม่บันยะบันยัง จะแรงไปไหนแดดตอนเช้า 


“สายแล้วครับ” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างหู และแขนของใครสักคนที่กระชับขึ้นที่ด้านหลังเล่นเอาผมขนลุกเกรียว คือ..จะไม่อะไรเลยถ้ามันไม่ใช่เสียงผู้ชาย ผมพยายามพลิกตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย แต่แล้วความเจ็บปวดจากเอว ลามไปจนถึงสะโพกก็ต้องทำให้ผมหยุดดิ้นไปชั่วครู่ ทำไมมันเจ็บเป็นบ้าเลยวะ ผมไปทำอะไรมาเนี่ย นอนตกเตียง? 


ว่าแต่เมื่อคืนตั้งใจจะพาไอ้เด็กเรียนไปปล่อยทิ้งแถวบาร์เกย์ แต่ผมดูฟุตบอลเพลิน แถมดื่มจนเมา พอตื่นขึ้นมาก็อยู่บนเตียง แถม..เอ่อ เปลือยด้วย แล้วเสียงผู้ชายล่ะ...ใครวะ? 


พยายามฝืนตัวเองอีกครั้งแม้มันจะเจ็บจนแทบไม่อยากขยับก็เหอะ เมื่อพลิกกลับไปหาคนที่กอดตัวเองไว้จากด้านหลังได้ ผมก็แทบพูดจาภาษาคนไม่เป็นเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจน 


“นาย!! ทะ..ที่ ไหน มะ...มา ฉัน ยังไง” 


“หึหึ ใจเย็นๆ สิครับ ค่อยๆ พูดก็ได้ผมไม่แย่งพูดหรอก” อีกฝ่ายหัวเราะ และดึงตัวผมเข้าไปใกล้ขึ้น 


“เหวอ..ป่ะ ปล่อยๆ ” ผมโวยวายเสียงดัง และพยายามดันคนตรงหน้าออกสุดชีวิต แต่ดูเหมือนจะสู้แรงไอ้เด็กบ้านี่ไม่ได้ เอวผมถูกรั้งเข้าไปใกล้มากขึ้นจนหน้าแทบจะชนกัน ส่วนมืออีกข้างของมันเลื่อนลงไปลูบก้นผม ย้ากกกกก ไอ้หื่น 


“นิ่มจัง” ยังจะมีหน้ามาพูดอีก ไอ้เด็กบ้ากาม 


“ปล่อยฉันนะ ไอ้โรคจิต” คราวนี้ผมเริ่มได้สติด่าได้มีสาระขึ้นมาแล้วครับ แต่แทนที่คนถูกด่าจะรีบปล่อย กลับบีบก้นผมหนักกว่าเดิมอีก ฮือ..พี่ริกะช่วยผมด้วย 


“เวลาคุณเขินเนี่ย มันน่ารักสุดๆ ไปเลยให้ตาย” 


“ฉันไม่ได้เขิน” ผมยิ่งขึ้นเสียงหนักเข้าไปอีก 


“เบาๆ สิครับ เดี๋ยวพี่ๆ เค้าก็สงสัยหรอก แค่เมื่อคืนเราก็ร้อนแรงกันมามากพอแล้ว คุณน่ารักมากเลยรู้ไหม” เมื่อคืน? ร้อนแรง? ไม่จริงใช่ไหม 


เมื่อคิดตามคำพูดกำกวม และสีหน้ากรุ้มกริ่มของอีกฝ่ายผมก็มองสำรวจตัวหมอนั่นดูบ้าง เปลือยไม่แตกต่าง โอ้..พระเจ้า ใครก็ได้ปลุกผมจากฝันร้ายนี่ที แม้ความเจ็บนี่จะเป็นของจริงจากเหตุการณ์จริงที่ผมไม่รู้สึกตัวสักนิด แต่มันต้องเป็นฝันสิว้อยยยยยยยยยย 


“ปล่อยฉันนะไอ้..ฮื้อ..” ผมด่าและพยายามดิ้นสุดชีวิต แต่ยังไม่ทันได้ผลักอีกฝ่ายออกอย่างใจคิด กลับถูกจูบปิดปาก ไม่จริง!!! ผมถูกผู้ชายจูบ อ๊ากกกกกกกก 


“ต่อไปเป็นตาผมเอาคืนบ้างแล้วนะ” ไอ้นักศึกษาแพทย์บ้ากามมันพูดหลังจากที่ปล่อยริมฝีปากผมเป็นอิสระ ส่วนผมน่ะเหรอไม่มีแรงจะเถียงครับ นอนหอบแฮ่กๆ เหนื่อยจะตายชัก 


“เอาคืนอะไรของนาย ฉันไปทำอะไรให้” 


“หึหึ อย่าแกล้งโง่ไปหน่อยเลยครับ ผมรู้นะว่าใครแอบปล่อยลมยางรถผมเมื่อเดือนที่แล้ว ใครแอบเอาเกลือมาใส่ในถ้วยซุปของผมตอนที่มากินข้าวที่นี่เมื่อสองอาทิตย์ก่อน และก็อีกหลายๆ อย่าง แถมเมื่อคืนก็ยังมีคนแกล้งจะมอมเหล้าผมซะด้วย มีแผนอะไรล่ะครับ แต่ต้องขอโทษด้วยนะพอดีว่าผมคอแข็งกว่าที่คุณคิดเยอะ ก็เลยขอนอนหลับรอจนกว่าคุณจะเมาน่ะ ได้นอนตักคุณมันมีความสุขกว่านั่งมองหน้าคุณที่เอาแต่จ้องหน้าจอทีวีน่ะครับ” 


“ไอ้บ้า” แสดงว่าเมื่อคืนหมอนี่มันแกล้งเมาใช่ไหม 


“เค้าเรียกว่า ‘ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว’ นะครับที่รัก” 


“ใครเป็นที่รักนายห๊ะ” 


“หืม..จะใครล่ะ ก็คุณนะสิ” อีกฝ่ายพูดไอ้น่าหมั่นไส้ที่สุด 


“ฉันไม่ใช่ที่รักนายโว๊ย” 


“งั้นก็รีบรักซะสิครับ” จบคำผมก็อ้าปากค้าง ไอ้บ้านี่มันจะมาไม้ไหนกับผม 


“แกต้องการอะไร” 


“ต้องการคุณนะสิ ถึงจะได้มาแล้วก็เถอะ แค่คืนเดียวน่ะมันยังไม่พอหรอกนะครับ” พูดจบอีกฝ่ายก็ก้มลงมาอีก แต่ดีที่ผมหันหนีได้ทัน ริมฝีปากของอีกฝ่ายเลยพลาดไปโดนต้นคอผมแทน ขนลุก!!!!! 


“ถึงจะร้ายขนาดนี้ แต่ผมยินดีถูกคุณแกล้งไปชั่วชีวิตเลยนะ” พอเหอะ กุไม่อยากแกล้งมึงแล้ว 


“ปล่อยฉัน” 


“ไม่เอา ผมยังพูดไม่จบ” 


“ฉันไม่อยากฟัง” 


“คุณต้องฟัง” 


“คุณเป็นของผมแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคนอื่นอีกนะครับ เพราะผมหวง และก็หึงโหดอยู่สักหน่อย” เหอะ ใครอยากรู้ 


“ทั้งพี่ชายผม และพี่สาวคุณก็รู้ว่าผมชอบคุณ เพราะผมบอกให้ริกะซังโทรบอกถ้าวันไหนคุณจะมา ดังนั้นถึงคิดจะปิดบัง ผมก็จะบอกอยู่ดีว่าเรามีอะไรกันแล้ว” หือ??? งั้นแสดงว่าที่ผมเจอไอ้บ้ากามที่นี่ทุกครั้งก็เพราะหมอนี่รู้ว่าผมจะมา แถมพี่สาวผมยังชักศึกเข้าหาน้องชายตัวเองเนี่ยนะ 


“สุดท้าย รีบรักผมเหมือนที่ผมรักคุณซะ เพราะยังไงคุณก็หนีไม่พ้นมือผมหรอก” ไม่จริง TT^TT 


“อุรุฮะคุง รุกิ..ตื่นรึยัง พี่เตรียมข้าวเช้าไว้ให้แล้วนะจ๊ะ ถ้าจะกลับยังไงล็อคบ้านดีๆ ด้วยนะ” เสียงพี่สาวมาเคาะประตูร้องบอกเรื่องอาหารเช้า ก่อนจะได้ยินเสียงสามพ่อแม่ลูกพากันเงียบออกไป นี่ถ้าพี่รู้เรื่องที่หมอนี่บอกจริงๆ ไม่คิดจะเป็นห่วงน้องชายอย่างผมบ้างเรอะ เรื่องอะไรมาทิ้งกันหน้าตาเฉยแบบนี้ล่ะ แต่ถ้าผมตะโกนเรียก แล้วพี่กับพี่เขยเข้ามาเห็นผมกับไอ้บ้านี่อยู่บนเตียงด้วยกันในสภาพนี้ล่ะ ไม่ได้ ไม่ด้ายยยยย 


“อ้อ..ฝากอีกนิด คุณจะซาดิสม์แบบนี้ต่อไปก็ดีนะ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ผมชอบที่คุณดิสม์ๆ ซึนๆ อย่างนี้แหละ น่ารักดีแล้ว พอดีผมมันพวกมาโซน่ะครับ” จบคำหมอนี่ผมก็อ้าปากค้าง พูดไม่ออก 


“โอ๊ย!! ฉันเจ็บนะ” ผมแหกปากอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ ก็ถูกลากเข้าไปกอดก่ายเหมือนเป็นหมอนข้าง แถมไอ้เด็กบ้านี่มันตัวเล็กซะที่ไหน หนักชะมัด -*- 


“บอกให้ปล่อยไงล่ะ มันหนักโว๊ย” 


“ถ้าคุณไม่เงียบผมจะไม่ก่ายเฉยๆ แต่จะขึ้นไปคร่อมคุณแทน ดีไหมครับ ออกกำลังกายยามเช้ากันสักสองสามรอบค่อยไปอาบน้ำ กินข้าว” เมื่ออีกฝ่ายพูดจบผมก็สัญญากับตัวเองว่าจะเป็นหิน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป 


“ฮึๆ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับ แค่นอนนิ่งๆ ให้ผมกอดแต่โดยดีก็พอแล้ว” โอ๊ย..ก็มึงขู่ซะขนาดนั้น ใครจะกล้าขยับวะ 


“ทีนี้ก็นอนต่อดีกว่า เพราะยังไงวันนี้ก็ไปเรียนไม่ทันอยู่แล้ว ฝันดีนะครับ ที่รักของผม” เมื่ออีกฝ่ายพูดจบก็ก้มลงมาจูบที่หน้าผากผมเบาๆ และดึงแขนผมไปโอบที่เอวของตัวเอง อยากจะดึงแขนกลับแหละครับ แต่ไม่กล้าอ่ะ ยอมรับก็ได้ว่ากลัว ก็มันน่ากลัวจริงๆ นี่นา ใครไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผมไม่รู้หรอก แถมคำพูดหมอนี่ฟังดูโรคจิตๆ อีก สยองอ่ะ 


แล้วจากนี้ไปชีวิตหนุ่มหล่ออันสดใสของผมจะเป็นยังไงต่อไปวะเนี่ย ไม่น่าไปแกล้งมันเลย ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าที่หมอนี่มาเฝ้าทุกครั้ง ไม่ได้มาชอบพี่สาวผม แต่ดันมาชอบผมน่ะ เพราะแอลกอฮอล์แท้ๆ ถึงได้พลาดพลั้งให้กับผู้ชาย เวรกรรมของผมจริงๆ 

EnD 

แค่นี้แหละ ง่วงแล้ว ฝันวายพีเพิลลลล

Comment

Comment:

Tweet