วันที่สองของการเดินทาง

 

วันนี้ตื่นสายกันหน่อย พี่พงสมุทรนัดตอน 10 โมงเช้า ค่อยยังชั่ว ตื่นมากินข้าวแล้วก็ขึ้นรถ สมาชิก 38 คน(ไม่รวมผมกับพี่หลี และพี่สมุทร) น่ารักและตรงต่อเวลากันมาก ไม่มีใครเลทเลย ขึ้นรถได้ก็นั่งไปประมาณครึ่งชั่วโมง

 

เปลี่ยนจากนั่งรถไปล่องเรือชมวิวแม่น้ำและเขางวงช้าง ต้องขอบอกว่าน้ำตื้น แต่ใสมาก มองเห็นก้อนหิน และสาหร่ายด้านล่างเลย วันนี้อะไรก็ดีแม้กระทั่งอากาศ สดใสเกิ๊น(คือร้อนนั่นแหละ กุขนเสื้อกันหนาว + เสื้อแขนยาวอีก 3 ตัว เพื่อ?) ล่องเรือประมาณ 40 นาทีก็ไปขึ้นอีกฝั่ง และไปทานข้าวกลาง มื้อแรกอาหารไกด์น่ากลัวดีเหมือนกัน แต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ฟาดดะ - -

 

ตอนบ่าย นั่งกระเช้าห้อยขาขึ้นเขาเหยาซาน ทั้งสูงและเสียว โดยส่วนตัวกุก็กลัวความสูงเกินพอแล้ว พี่หลียังบอก “เราต้องขึ้นก่อน ไปรอรับสมาชิดด้านบน” โอเค๊...จัดไป

 

สองคนนั่งไปก็คุยเรื่องนั้น เรื่องนี้ เคยมีคนบอกว่ากระเช้าไม่สูงหรอก แค่เรี่ยๆ ยอดไม้ กุไม่อยากจะบอกว่ายอดไม้บนเขาเนี่ยเรียกไม่สูงเหรอ แถมบางช่วงยังต้องนั่งผ่านเวิ้งผาอีก สูงม๊าก น่ากลัวสุดๆ อ่ะ แต่นะนั่งไปกับพี่หลี ไม่ค่อยกลัวหรอก ที่ขึ้นมาเนี่ยคือขากลับกะจะลงไปเล่นสไลเดอร์ไง อิอิ (มีนี่แหละที่ดึงดูดใจ)

 

นั่งราว 20 กว่านาทีก็ถึงยอดเขา ก็ถ่ายรูป รับลมเย็นๆ (ท่ามกลางแดดเปรี้ยง) ขาลง อิฟางก็ปิดท้ายสมาชิกอยู่สุดแถว โดยที่ไม่รู้ตัวว่ากุถูกทิ้ง -*-

 

เหลืออีกประมาณ 10 กว่าคน สมาชิกก็เรียก น้องอ้อๆ มาด้านหน้าด่วน ทุกคนหลบทางให้ ดีที่ตัวเล็กหน่อยเลยมุดๆ ไปด้านหน้าอย่างไว ไปถึงสรุปว่าพนักงานไม่ยอมให้สมาชิกกุขึ้นกระเช้าเนื่องจากทุกคนไม่มีตั๋วในมือ กรรม....ก็ตั๋วมันอยู่กับไกด์ท้องถิ่น และพี่สมุทร(ไกด์ท้องถิ่น) และพี่หลี(หัวหน้าทัวร์จากเมืองไทย) ที่พูดจีนได้ลงไปกันหมดแล้ว ความซวยมาเยือนกุ -*- ภาษาญี่ปุ่นยังพอจะสู้นิดนึง (อย่างน้อยกุก็แนะนำตัวเองได้ละฟะ) ภาษาอังกฤษสู้ตาย แต่ภาษาจีนกุไม่กระดิก ฮรือ.... สรุป ต้องใช้ภาษามือ

 

กุเลยควงบัตรไกด์ขึ้นให้ดูว่ากุเป็นไกด์มาด้วย แต่อย่ามาถาม กุพูดจีนไม่ได้เฟ๊ย อาเฮียแกก็มอง แล้วก็ถามประมาณว่า

“พวกที่ไม่มีบัตรนี่คือกรุ๊ปมึงรึเปล่า”

“เออ...กรุ๊ปกุเอง” อันนี้ไม่ได้พูดนะ พยักหน้าส่งไปเฉยๆ อาเฮียแกก็ให้สมาชิกกุลง ทีละ 2 คนๆ พอมีคนไม่มีบัตรมาอีกแกก็หันมาถามอีกว่า

“แล้วนี่ล่ะ ใช่กรุ๊ปมึงไหม”

“เออ..นี่ก็คุณสมาชิกที่เคารพของกุเองครับ” ไม่ได้พูดอีกแหละ ชี้ๆ ส่งไปและยิ้มให้ อิอิ

จนสุดท้าย อาเฮียแกก็ถามว่าหมดหรือยัง อินี่ก็ปีนรั้วกั้นไปมองด้านหลัง เอาเถอะ หมดไม่หมดไม่รู้ กุขอสรุปเองว่า “หมด” พนักหน้าสุดแรงเกิด ก่อนจะเดินไปเตรียมขึ้นกระเช้า

 

...เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าหมดแล้วแสดงว่าทั้งกรุ๊ปเหลือกุคนสุดท้าย และ....กุต้องนั่งเดี่ยว เชี่ยแล้วไหมล่ะ....แต่ก็ต้องนั่งลง ไม่งั้นกุต้องนอนบนนั้นอ่ะ ฮรือ ตอนขึ้นว่าเสียว แต่มันมองขึ้นไง เลยไม่ค่อยน่ากลัว แต่ขากลับ กุต้องมองลง และนั่งคนเดียว TT^TT เปิดกระเป๋าหายาดมด่วนๆ

 

ลงไปได้ครึ่งทางถึงช่วงที่ต้องเล่นสไลด์เดอร์(ไม่รวมอยู่ในรายการทัวร์ ราคา 30 หรือ 35 หยวน นี่แหละ ไม่แน่ใจ) ก็หลั่นล้า วิ่งไปทันที พี่หลีถามข้างบนมาหมดยัง อินี่ก็ตอบอย่างมั่นใจมากว่า ครบพี่

 

เล่นลไลเดอร์ก็มันส์ดี ทางคดเคี้ยวนิดหน่อยพอได้เสียว แต่เค้าควบคุมไม่ให้ไปเร็วมาก เพราะมีน้องที่ไปก่อนคนแรกเลยเกิดอุบัติเหตุเพราะปล่อยเร็วเกินไป คันหลังๆ เลยโดนจำกัดความเร็ว เซ็งเป็ด ความสูงไม่สู้อ่ะจริง(แต่รอบนี้สู้นะ) แต่ความเร็วนี่ไม่ยอมแพ้เลยเหอะ ลงมาถึงข้างล่างก็ขึ้นรถ พาสมาชิกแวะร้านผ้าไหมให้เลือกซื้อกันไป เราก็เดินขาลากตาม

 

เสร็จแล้วพาสมาชิกไปทานอาหาร อาหารไกด์ก็หน้าตาแปลกๆ สำหรับกุอีกแล้ว น้ำมันเยิ้มมาก แต่ก็ฟาดเรียบ - -เค้ามาจีนกลับไทยแล้วผอมกัน แต่ของกุนี่ตรงกันข้าว กลับไทยนี่ฉุเชียว -*- (น่าจะขึ้นมา 3 ก.ก. ได้ละมั้ง)

 

ขากลับตอนขึ้นรถอิฟางก็ไปนับสมาชิกบนรถ พี่สมุทรก็ถามว่าครบไหม ก็เลยชูมือแบบว่าสัญลักษณ์โอเคบ้านเรานี่แหละ เอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำวงกลม อีก 3 นิ้วก็ชี้ๆ ไว้ ซึ่งพี่เค้าไม่เข้าใจ ถามว่า หมายถึงอะไรเหรอ - - ไม่รู้จริงป่ะ ก็เลยบอกเค้าไปว่า นี่หมายถึงโอเคไงพี่ (ตอนนั้นพี่คนขับรถมองอยู่ด้วย)

 

จากนั้นพาสมาชิกกลับโรงแรมพักผ่อนตามอัธยาศัย ใครจะนอนก็นอน ใครจะเดินเล่นในเมืองก็เดิน ส่วนอิฟางขึ้นห้องได้ก็อาบน้ำ อ่านหนังสือ แล้วก็นอนตามลำดับ เจอกันพรุ่งนี้นะ

Comment

Comment:

Tweet