ฟันคุด เข็มฉีดยา หมอฟัน และกุเอง

หลังจากที่เก็บฟันคุดมาข้ามปี(เกือบจะ 2 ปีเหอะซี่นี้) ในที่สุดวันที่มันทนไม่ไหวก็มาถึง เมื่ออยู่ดีๆ ฟันด้านบนก็เสือกอยากจะโผล่ขึ้นมาดูโลก อายุจะ 27 อยู่แล้วฟันจะมาขึ้นอะไรเอาตอนนี้ แล้วฟันบนมันก็โผล่ออกมาจนได้ แล้วทีนี้แหละมันก็ไปกระทบกับอิฟันล่างที่คุดอยู่นานชาติจนมันเกิดอาการอักเสบ บวม และก็ตามมาด้วยปวด TT^TT

 

คนที่ปกติ “แดกแหลก” จึงเกิดอาการ “แดกไม่ได้” ตามมา ซึ่งนั่นก็พยายามฝืนทนเพราะคิดว่ามันจะหาย กินข้าวต้ม + โจ๊ก + นม อยู่อาทิตย์กว่า ไม่มีวี่แววว่าฟันคุดมันจะยอมลดความปวดลงแต่อย่างใด ฮรือ....เราคงจะอยู่ร่วมกันไม่ได้จริงๆ สินะ

 

ในที่สุดวันที่เราต้องแยกจากกันก็มาถึง เมื่อกุตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะเอาออก ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง(โดนไม่ต้องมีหมอมาบังคับเหมือนสมัยมัธยม)ว่าจะไปหาหมอฟัน เอาฟันคุดออก ขอข้ามเหตุการณ์ไม่น่าสนใจอื่นๆ เข้าไปถึงวันที่ 5 ก.ย. 54 เลยแล้วกัน

 

เลิกงานปุ๊บมันก็ไสหัวออกจากออฟฟิศเดินไป 2 นาทีถึงคลินิกทันตกรรม เข้าไปลงชื่อนั่งรอตรวจ และก็ X-Ray ก่อนจะเข้าไปหมอบอกว่า “ต้องถอดตุ้มหูนะคะ” แม่เจ้า....7รู แล้วอันใหญ่มันถอดยากชิบ แถมอิข้าง 5 รูอ่ะ ด้านบนมันถอดยาก ใส่ยากนะเว้ย

 

“อ๋อ....อันใหญ่มันถอดไม่ได้อ่ะค่ะหมอ ถ้าจะถอดต้องไปถอดที้ร้าน” แหลไป ^ ^

 

หมอผู้หญิงเดินมาดู แล้วก็บอกว่า “โห.....เยอะเนาะ” จากนั้นหมอผู้ชาย(หมอที่ผ่า)ก็เดินมาดู แล้วก็ถามย้ำว่าถอดไม่ได้เหรอ ปัญหามันไม่ได้อยู่ตอนถอด ปัญหามันอยู่ตอนใส่กลับไปต่างหาก คือมันใส่ยากมาก อีกอย่างรูบนๆ พึ่งจะขยายรูนิดหน่อย เดี๋ยวใส่ไม่เข้างานงอกเลย ให้กุไปเจาะให้ชักเป็นลมเล่นไม่เอาแล้วนะ สรุปก็เลยใส่หมวกครอบผมเก็บหูไว้ข้างใน ไม่ให้มันห้อยลงมาและก็เริ่มฉาย x-ray กัน แน่นอนว่าต้องผ่า หมอก็เลยถามมาว่า “วันนี้คิวหมอว่าง จะผ่าเลยไหมคะ” กี๊สสสส จะบ้าเรอะ ขอเวลากุไปทำใจหน่อยเหอะ

 

“เอ่อ...วันนี้ไม่สะดวกค่ะ พอดีมีธุระ พรุ่งนี้ได้ไหมคะ หมอว่างไหม” สรุปนัดเป็นวันที่ 6 ตอนเย็นแทน ความจริงจะทำเลยก็ได้กุว่าง ไม่ได้มีธุระอะไรอ่ะ แต่นะ...ทำใจไม่ทันจริงจัง -*-

 

กลับไปทำใจที่ห้องมา 1 คืน เข้าวันที่ 6 มาทำงานในสภาพครึ่งคนครึ่งผีดิบ คือหน้าซีด หน้าตาไม่ต้องแต่ง(ปกติช่วงนี้ก็ไม่แต่งแหละ ขี้เกียจ) แต่งตัวก็เหมือนรู้ชะตาตัวเองล่วงหน้า กางเกงยีนส์ใส่ตัวที่หลวมที่สุดไปกันเลยทีเดียว ใส่เสื้อแขนยาว แล้วก็เสื้อกันหนาวทับอีกตัว คาดว่าในห้องผ่าตัดเล็กน่าจะหนาว (ความจริงมันก็หนาวนั่นแหละ)

 

ก่อนจะถึงเย็นมันมีเหตุการณ์ชวนเสียว ก็คือคุณนายเพื่อนเกลอไปหาหมอฟันตอนช่วงสาย แล้วพอตรวจฟันเค้าให้ถอนชีก็ถอนอย่างไม่ลังเล กลางวันก็ตามไปสมทบที่ร้านข้าว กินไม่ได้หรอก แต่ไปนั่งเม้าท์ แน่นอนว่าเรื่องเข็มยาชา แล้วก็อาการต่างๆ ขอบใจมากที่มีพรีวิว เอาซะกุนั่งร้องไห้ในร้านข้าวเลย เข็มฉีดยานี่กุสุดจะทนจริงๆ อ่ะ ไม่ไหวจะเคลียร์ -*-

 

ตอนเย็นก่อนออกจากออฟฟิศน้องๆ ก็อวยพร โชคดีนะพี่ เออ...ขอบใจ แต่ถ้าพรุ่งนี้กุไม่มาก็อย่าสงสัย กุตายคาร้านหมอไปแล้ว

 

ปกติเดิน 2 นาทีถึง แต่วันนี้รู้สึกอยากให้ร้านหมออยู่ไกลสัก 2 ชั่วโมง เวลาทำใจนี่มากแค่ไหนก็ไม่พอจริงจัง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเดินเข้าไปในร้านหมอ

 

ยืนบัตรแล้วก็นั่งรอ สักพักก็ถูกเรียก “คุณ......ค่ะ” เอาละเว้ยยยยยยย ก็ทิ้งกระเป๋าไว้ที่โซฟาข้างหน้านั่นแหละ ก่อนจะเดินเข้าไปใน X-Ray ก็ดูนั่น นี่ นู่น และก็คุยกับหมอนิดหน่อย ก็จะย้ายไปห้องทำฟัน “นอนเลยครับ” หมอบอกเมื่อเห็นว่ากุยืนจ้องเก้าอี้นอนทำฟันอยู่นาน โดนหมอกระตุ้นถึงรู้สึกตัวว่ากุควรจะนอนลงได้แล้ว ก็ย้ายลงไปนอน หมอก็บอกว่า เดี๋ยวฉีดยาชานิดนึงนะ โห.....ไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่มันถูกยื่นผ่านหน้ากุพอดี เข็มขนาดนี้ไม่นิดแล้วมั้งหมอ -*-

 

“อ้าปากเลยครับ” ฮรือ....ก็นอนอ้าปาก

 

“นิดเดียวนะ” อืม....นิดเดียวจริงๆ นะ รู้สึกว่าเข็มทิ่มแต่...ไม่เจ็บเท่าไหร่ เข็มแรกผ่านไป ฮ้า....กุรอดตายแย้วววว แต่....เฮ๊ย!!!! ยื่นเข็มมาอีกทำม๊ายยยยย

 

“อีกเข็มนะครับ” กี๊สสสสสส ปล่อยกุไปเถอะ แต่ก็นอนอ้าปากแต่โดยดี ครั้งนี้หมอจิ้มไปรวมทั้งสิ้น 4 จุด ยาชา 2 เข็ม โอเค...ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ เริ่มเชื่อใจหมอขึ้นมานิดหน่อย (ย้ำว่านิดหน่อย เพราะชาตินี้กุไม่มีทางเชื่อใจหมอฟัน 100% อย่างเด็ดขาด) แล้วหมอก็ปล่อยกุออกไปลั้นลารอยาชาสุดฤทธิ์สุดเดชข้างนอก เพราะมันต้องผ่าเลยต้องรอให้ชาจัดจริงๆ

 

ทีแรกพี่ผู้ช่วยเค้าถามว่ามากับใคร พอตอบว่ามาคนเดียว พี่เค้าเลยจะออกไปเอากระเป๋าให้ แต่เดินกลับเข้ามาแล้วบอกว่า มากับเพื่อนนี่ เพื่อนอยู่ข้างนอก เฮะ....?????

 

ออกไป กี๊สสสสส คุณนายมาเป็นเพื่อน(แทบจะโดดกอดเพื่อน) แบบว่ามีเพื่อนมาด้วยความกลัวลดลง 20% (แต่ถ้าหม่ามี๊มา ความกลัวจะลดลง 50% เลย จริงๆ อ่ะ) ก็นั่งคุย นั่งเม้าท์ นั่งตบแก้มตัวเองเล่น (กุนี่ SM ตัวจริงสินะ) สักพักพี่นุชก็ตามมาตรวจฟัน(สุดท้ายพี่แกก็ถอน 2 ซี่ สรุปวันนี้ 3 คน พร้อมใจกันทำฟัน ตอนนี้พนักงานที่ออฟฟิศเป็นลูกค้าคลินิกนี้เกือบทั้งออฟฟิศละ) คุยไปสักเกือบครึ่งชั่วโมง นาทีระทกใจก็มาถึง

 

“เชิญคุณ.....ค่ะ” เอาละเว้ยยยยย ทีแรกกะจะเดินเข้าไปในห้องเดิม แต่สรุป

 

“เชิญห้องผ่าตัดเล็กชั้น 3 เลยค่ะ” ตอนขึ้นกุชิว แต่ตอนลงนี่แหละที่กุคิดหนัก เอาน่า...อย่าไปกลัวดิ (วันนี้พกพระหลวงปู่ศุขติดตัวมาด้วย สุขไว้ สุขไว้ / กุนี่เป็นมากจริงๆ นะ)

 

ขึ้นไปนอน ตอนนั้นไม่อยากจะบอกว่าอากาศในห้องนั้นหนาวมากกกกก ขนาดกุใส่เสื้อแขนยาว + เสื้อกันหนาวนะ แล้วเค้าก็เอาผ้าสีเขียวมาคลุมตัว แล้วอีกผืนคลุมหน้า แล้วก็นอนอ้าปาก....ฮรือ ตอนนี้บรรยายไม่ได้และ นึกถึงวันนั้นแล้วเสียวมาก ตอนที่หมอบอกว่า

 

“เจ็บให้บอกนะครับ” คือกุเจ็บนะ แล้วก็หน้ามืด จะเป็นลม ตอนนั้นเหงื่อแตกเต็มตัวเลย แต่ถ้าบอกหมอแล้วหมอหยุด(แม้ความจริงเค้าคงไม่หยุด ฮา) กุคงไม่ให้ทำกุต่อแล้ว ทนไว้ อดทนไว้ จนสำเร็จในที่สุด ตอนที่หมอเย็บแผลในปาก ได้ยินเสียงเส้นไหมเสียดสีกันกับเนื้อในปากของตัวเอง อืม....ขนลุก ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี เสียงมันยังก้องอยู่ในหูอยู่เลย

“เรียบร้อย เสร็จแล้วครับ” โอว...เสียงสวรรค์ TT^TT

 

“พักก่อนค่อยลงไปก็ได้นะครับ” แล้วหมอก็ออกจากห้องไป แต่สภาพกุอ่ะ ตอนนั้นหน้าซีด ปากซีด แล้วก็ร้อนถึงขีดสุด เหงื่อท่วมตัว พี่ๆ ผู้ช่วยเริ่มเห็นละ ตั้งแต่ตอนกุบ้วนน้ำคือ มือกุสั่นมากจนน้ำแทบจะหกออกจากแก้ว เค้าก็ถามกัน

 

“ไหวไหมคะ” กุทำได้แค่ส่ายหน้า แล้วบอกว่า “จะเป็นลม” เท่านั้นแหละ ยาดม ยาหม่อง - -“  ระหว่างนั้นกุก็พยายามถอดเสื้อกันหนาวตัวนอกออก มันเป็นเสื้อแบบสวมอ่ะ ไม่ใช่แบบซิป กว่าจะดึงออกจากหัวได้

 

จากนั้นก็นอนเลย หมดแรง ร้อนมากกกกกกกก ไม่คิดว่าห้องที่ตอนเดินเข้าไปหนาวจนแทบสั่นจะร้อนได้ขนาดนี้ นอนพักอยู่นานจนกุเกรงใจว่าเค้าจะใช้ห้องต่อรึเปล่า ก็เลยลุก พี่ๆ ก็ช่วยพยุงเดินลงไปด้านล่าง ทีนี้แหละ ทั้งหมอ ทั้งพี่นุช ทั้งคุณนาย ตกใจกันใหญ่กับสภาพที่ได้เห็น

 

“พาเข้าห้องเลย” หมอบอก แล้วรีบพาเดินเข้าไปในห้องที่ฉีดยาชาตอนแรก ซึ่งทีแรกกุจะไม่เข้าบอกว่าขอไปนั่งที่โซฟาละกัน แต่หมอบอกว่าเข้าห้องดีกว่าแล้วก็ลากกุเข้าห้องไปนอน เพื่อนฝูงก็วิ่งเข้าไปดูในห้อง พร้อมยาดมยาหม่อง คุณนายที่ไม่ค่อยตกใจนักเพราะชิน เพื่อนเกลอเคยพากุไปตรวจร่างกายซึ่งมันต้องเจาะเลือด กุเลยชักกระดักกระเดี้ยให้เพื่อนเห็นเป็นบุญตามาแล้วน่ะ - -“

 

หมอก็ให้คนอื่นออกจากห้อง เหลือไว้แต่เกลอกับหมอแล้วก็กุ จะให้เกลอมันปลดกระดุมกางเกง แต่นะกุบอกแล้วว่ากุพร้อม เลยบอกหมอ ไม่ต้อง...วันนี้เตรียมพร้อม หลวมอยู่แล้ว หมอเลยบอกขอโทษแล้วก็ลองดึงกางเกงกุดู ปรากฏหลวมจริงจัง - - แล้วพี่ผู้ช่วยก็เข้ามาพร้อมยาดมกลิ่นหอมมาก กุก็นอนดม หมอก็บอกว่า

 

“เดี๋ยววัดความดันหน่อยนะ ท่าทางสีหน้าไม่ค่อยดี” วัดไปวัดมาหน้ากุก็เริ่มมีสีเลือดขึ้นมาแล้ว หมอก็ถามว่า

 

“เป็นความดันเหรอ ความดันต่ำไปนะ”  ความดันอ่ะต่ำนะหมอ แต่ความดันทุรังสูง จะรักษายังไงหาย หึหึ(ไม่ได้ถามหมอนะ กลัวหมอเอาเข็มมาจิ้มง่ะ) แล้วก็นอนคุย นอนแซวกันไป(คือกุนอนคนเดียว คนอื่นเค้านั่ง ยืน)

 

“เมื่อกี้แต่งหน้าลงมาเหรอ หน้าขาวเชียว” นั่นคุณหมอกุ อารมณ์ดีนะ แซว - -

 

“แล้วตอนที่อยุ่บนห้อง บอกพี่ว่าจะเป็นลม แต่น้องเค้าก็รุ้ตัวนะ หน้าก็ซีด มือก็สั่น แต่ก็พยายามถอดเสื้อออกเอง เห็นแล้วขำดี” อันนี้พี่ผู้ช่วยพูด ขอบคุณมากค่ะพี่ จะช่วยกุเนี่ย ไม่มี๊ - -“  แล้วพี่หมอเค้าก็เลยบ่นๆ ผู้ช่วย ว่าต่อไปถ้ามีเคสแบบนี้(ถึงจะไม่ค่อยมีก็เถอะ) ห้ามพาลงมาเอง ให้ตามหมอขึ้นไปดูอาการ จากนั้นก็คุยเล่น คุยเรื่องทำฟันบ้าง เรื่องอื่นบ้างนานทีเดียว และก็มีเรื่องที่คุณหมอและพี่ๆ ผู้ช่วยแกข้องใจกันแบบสุดๆ และมีทีท่าว่าต้องถามให้ได้(ทุกคนจ้องมาที่หูกุ)

 

“แล้วเจาะมาได้ไงตั้ง 1 – 2 – 3 – 4 – 5 ตั้ง 5 รู” (อันนี้หมอถาม)

 

“ข้างซ้ายอีก 2 รูแน่ะ” อันนี้เสียงพี่ผู้ช่วย ก็เลยบอกว่า หมออย่าสังสัย 7 รูที่เห็นนี่แลกมาด้วยการเป็นลมชักแหงกๆ ถึง 7 ครึ่ง -*- หมอก็คิด ทำไมมึงถึงอดทนขนาดนี้ทั้งที่ได้ข่าวว่ากลัวเข็ม (คือช่วงที่คุยกัน เพื่อนเกลอไปเม้าท์เรื่องที่เคยพากุไปตรวจร่างกายมาไง ที่โดนเจาะเลือดแล้วกุเป็นลมสลบเรียบร้อยนั่นแหละ) ก็ไม่ได้บอกไปหรอกว่า เพราะใครที่ทำให้กุต้องดั้นด้นฝ่ามรสุมความกลัวที่พัดโหมกระหน่ำ ไปเจาะหูขวาให้ได้ 5 รูน่ะ

 

“แล้วเจาะทีเดียวเลยเหรอ”  โฮ่ยยยย เจาะทีเดียวก็ตายสิครับคุณหมอ

 

“แบ่งเจาะเอาค่ะ ทีละรู เก่งหน่อยก็สองรู” แล้วทีนี้คุณหมอก็เผาตัวเองบ้าง ว่าเคยไปตัดผมแล้วเป็นลมที่ร้านตัดผม ประมาณว่า พึ่งกินอิ่ม แล้วคนตัดผมเค้าเอาผ้าที่คลุมตัดผมน่ะรัดคอซะแน่นเชียว ก็ขำๆ กันไป และก่อนที่หมอจะออกจากห้องไปก็ไม่วายถาม

 

“เมื่อกี้ที่หมอบอกให้เข้าห้องนี้ ไม่อยากเข้าสินะ” ก็แหงละ -*- ใครจะอยากเข้าฟะ ก็เลยหัวเราะกลบเกลื่อน หมอบอกว่า ดูหน้าก็รู้แล้ว ไม่แปลกใจว่าทำไมมาเป็นหมอ ฉลาดจริงๆ - -

 

ตั้งแต่อาทิตย์ที่ปวดก่อนหน้าจนวันนี้ยังไม่ได้แตะข้าว อ่อ...แตะข้าวต้มไป 2 มื้อ ตอนอยู่บ้าน กับที่ออฟฟิศ ตอนนี้ยังไม่หายปวดเลย

 

เมื่อไหร่มันจะหายปวดสักทีวะเนี่ย เลือดก็ออกแม่งอยู่เรื่อย เมื่อวานหนักเลย ซื้อพ่อบ้านเล่ม 11 มา อ่านไป ยิ้มไป ขำไป ไม่พอ ซื้อ the die is cast มาอีกเล่ม ใครอ่านเรื่องนี้พอจะรู้ไหมว่ากี่เล่มจบ แบบว่าสนุกมาก และเท่าที่ดูรู้สึกว่ามันจะวายนะ แน่นอนว่าอ่านไป ยิ้มไป ด่าไปว่า “แม่งน่าจิ้นว่า” แต่ก็จิ้นไปแล้วล่ะ ไม่คิดเฉยๆ หรอก สรุปว่าแผลแหก เลือดออก แสดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

Comment

Comment:

Tweet