SF ขอแค่ในฝัน ฉันได้รักนาย (Uru-Ki)
posted on 23 Jun 2009 16:36 by god-of-deathตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ฉันเฝ้ามองเพียงแต่นาย
เมื่อไหร่กันที่ฉันคิดกับนายมากกว่าแค่คำว่า ‘เพื่อน’
ไม่รู้ว่าถ้าวันไหนชีวิตฉันขาดนายจะเป็นอย่างไร
ที่ฉันรู้เพียงอย่างเดียวก็คือ ตอนนี้ฉันหยุดรักนายไม่ได้ซะแล้ว...อุรุฮะ
“อุรุฮะ ฉันรักนาย” สิ้นเสียงบอกรักทั้ง ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แม้เสียงลมหายใจก็ยังบางเบา รูกิเป็นฝ่ายเฝ้ารอคำตอบจากร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร วันนี้เค้าก็พร้อมจะยอมรับมัน
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่เคยคิดจะเป็นตัวแทนของใคร” อุรุฮะพูดหลังจากที่หายจากการตกใจกับการบอกรักที่รวดเร็วของรูกิ ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าตัวอยากจะประชดเรตะที่ไปคบกับไคหรอกหรือถึงได้มาบอกรักเค้าโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้
ความจริงเค้าคงจะดีใจมากถ้ารูกิบอกจากใจจริง ไม่ใช่เพราะผิดหวังจากเรตะแล้วจะมายึดเค้าเป็นที่พึ่ง ถึงจะรักรูกิแค่ไหนแต่เค้าคงฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังอ่อนแอไม่ได้ เมื่อไหร่ที่รูกิเข้มแข็งและยอมรับเรื่องของเรตะกับไคได้ คนที่เจ็บปวดก็จะเป็นเค้าที่ได้รับแต่ความรักจอมปลอมจากรูกิ
“นายไม่ใช่ตัวแทนของใคร ฉันรักนายจริงๆ นะ” รูกิยังคงยืนยันคำเดิม แม้เสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาจะแผ่วเบานักเพราะเจ้าตัวพยายามกลั้นน้ำตาที่แทบจะเอ่อล้นออกมาจากการได้ยินคำปฏิเสธจากร่างสูงของเพื่อนร่วมวง แต่กระนั้นอุรุฮะก็ยังคงได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน
“นายอย่าคิดว่าฉันโง่ไปหน่อยเลยรูกิ อีกหน่อยนายก็จะลืมเรตะได้เอง เจ็บแค่นี้คงไม่ถึงตายหรอก” อุรุฮะบอกอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ได้หันมามองอีกฝ่าย
“ทำไมฉันต้องลืมเรตะล่ะ คนที่ฉันต้องลืมคือนายต่างหาก อุรุฮะ” เสียงที่พูดออกมานั้นช่างแผ่วเบา สองขาทรุดนั่งลงบนพื้นนั้นอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ฝ่ามือบอบบางที่เคยจับไมค์บนเวทีตอนนี้ได้แต่ช่วยเช็ดน้ำตาของตัวเองที่รินลงมาหยดแล้วหยดเล่า
.
.
.
“รูกิ เฮ๊ย!!! นายเป็นอะไรไปเนี่ย” ทั้งเรตะและไคที่เดินออกมาจากห้องซ้อมพอดี ต่างวิ่งมาทางรูกิอย่างตกใจ ก็เจ้าตัวเล็กเอาแต่นั่งซบหน้าลงกับหัวเข่า และเมื่อร่างบางเงยหน้าขึ้นมาทั้งสองคนก็ต้องตกใจเป็นสองเท่า เพราะใบหน้าหวานกลับมีแต่น้ำตาที่ยังคงไม่หยุดไหล
“ฮึก...เรตะ ไค ฉันอยากกลับบ้าน” ร่างบางยังคงสะอึกสะอื้นขณะที่บอกเพื่อนทั้งสองคน ไคที่ดูเหมือนจะได้สติเร็วกว่ารีบยัดกระเป๋าใส่ไม้กลองของตัวเองใส่มือเรตะ และช่วยพยุงเพื่อนตัวเล็กขึ้นเดินทันทีโดยที่ไม่ได้ถามอะไรสักคำ เรตะเองก็รีบเดินตามทันที ห้องของรูกิคือเป้าหมายที่ทั้งสามคนกำลังมุ่งหน้าไป
ตลอดทางมีแต่ความเงียบโดยที่มีเสียงสะอื้นของรูกิดังขึ้นมาบ้างเป็นระยะ ไม่ว่าจะเรตะหรือกระทั่งหัวหน้าวงอย่างไค ไม่มีใครกล้าถามถึงความเป็นมาของเรื่องราวได้แต่รอเวลาให้รูกิพร้อมที่จะเล่าด้วยตนเอง เพียงไม่นานก็มาถึงห้องพัก ไคเป็นฝ่ายจัดการไขประตูห้องให้เพราะถ้ารอรูกิลำพังแค่จะยืนก็แทบจะไม่อยู่อยู่แล้วทันทีที่เดินเข้าไปนั่งบนเตียง รูกิก็พูดขึ้นมาเบาๆ
“รู้มั๊ย วันนี้ฉันบอกรักอุรุฮะมาล่ะ แต่เค้าบอกว่า ไม่อยากเป็นตัวแทนของใคร เป็นตัวแทนอะไรกัน หมอนั่นเป็นคนเดียวที่ฉันรักเลยนะ แล้วจะเป็นตัวแทนของใครได้อย่างไรกัน ไม่เข้าใจเลย” นั่นทำให้ทั้งสองคนทำหน้าเข้าใจถึงเรื่องราวทุกอย่างขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่มีใครซักถามอะไร เพราะแค่เห็นรูกิร้องไห้ก็คงจะเดาได้ถึงคำตอบของอุรุฮะ
“พวกนายไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันก็หายแล้วหละ เจ็บแค่นี้คงไม่ถึงตายหรอก” รูกิบอกทั้งสองคนแล้วพยายามฝืนยิ้มออกมาเพื่อที่จะทำให้เพื่อนไม่ต้องกังวลกับเรื่องของตัวเองมากมายนัก เรตะเองก็ไม่ได้กังวลธรรมดาท่าทางเรื่องนี้จะมีการเข้าใจผิดกันใหญ่โตแล้วหละ สงสัยต้องเคลียร์กับอุรุฮะด่วนๆ ก่อนที่รูกิจะร้องไห้ไปมากกว่านี้
“พวกนายรู้มั๊ยเมื่อคืนก่อนฉันฝันถึงอุรุฮะด้วยนะ ถ้าคืนนี้ฝันอีกก็ดีสิ เฮ้อ....” ร่างบางพูดก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงความฝันของตนเองเมื่อคืนที่ผ่านมา
“อย่างว่าละนะ แค่นอนให้หลับยังยากเลยคืนนี้”
“ฉันมานอนเป็นเพื่อนนายดีกว่านะ” เรตะอาสาทันที ทำเอาไคพยักหน้าอย่างเห็นด้วยที่จะให้เรตะมานอนเป็นเพื่อนรูกิสุดๆ เห็นอาการแบบนี้ไม่วางใจจะให้อยู่คนเดียวเลยจริงๆ
“ไม่เป็นไรน่าฉันอยู่ได้ พวกนายอย่าทำเหมือนฉันเป็นคนอ่อนแออย่างนั้นสิ ไปๆ พวกนายสองคนกลับไปจู๋จี๋กันได้แล้ว ฉันอยากรีบนอนไวๆ จะได้ฝันอีก” รูกิพูดพลางไล่ต้อนทั้งสองคนออกนอกห้อง แต่ถึงอย่างนั้นเรตะและไคก็ยังคงมองด้วยความเป็นห่วง เห็นแบบนี้ก็เถอะแต่รูกิน่ะเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายจะตายไป
“งั้นฉันกลับก่อนดีกว่านะ นายอย่าคิดมากนะรูกิ ฉันว่ามันต้องมีการเข้าใจอะไรผิดกันแน่ๆ เลย เดี๋ยวยังไงจะช่วยเคลียร์ให้” เรตะบอกเมื่อทำท่าเหมือนพอจะนึกอะไรออก ทำเอาไคหันมามองหน้าคนรักของตัวเองอย่างงงๆ เล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามแรงจูงที่ข้อมือแต่โดยดี
“อย่าคิดมากนะ ยังไงพรุ่งนี้หยุดซ้อมสักวันก็ได้ นายพักหน่อยท่าจะดี” ไคบอกก่อนที่รูกิจะปิดประตูห้อง
“อืม...ดีเหมือนกัน ขอบใจนะ กลับกันดีๆ ล่ะ” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ร่างบางเอ่ยออกมาก่อนจะปิดประตูตามหลังทันที ทั้งเรตะและไคมองหน้ากันก่อนที่จะเดินออกมาขึ้นรถ ทันทีที่ถึงรถเรตะก็หยับมือถือขึ้นมากดทันที เพียงไม่นานก็มีเสียงตอบรับจากปลายสาย
“อุรุฮะ นายอยู่ที่ไหนน่ะ ฉันว่าเรามีเรื่องคุยกันนิดหน่อยนะ”เรตะถามทันทีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายรับสาย คุยอีกเพียงแค่สองสามประโยคแล้วเรตะก็สตาร์ทรถมุ่งไปยังจุดหมายโดยที่มีไคนั่งไปด้วยกัน
*************************
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับรูกิรึเปล่า ตอนเลิกซ้อมฉันเห็นรูกิร้องไห้อยู่หน้าห้อง” เรตะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นหลังจากที่ทั้งตัวเองและไคเดินมานั่งที่โต๊ะอย่างเรียบร้อยในร้านเดิมที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่วันนี้ขาดสมาชิกหน้าเดิมไปหนึ่งคนที่คิดว่าตอนนี้คงกำลังพยายามที่จะนอนหลับให้ได้
“นั่นสิ ฉันก็ว่ามันแปลกๆ นะ วันนี้ดูนายเงียบๆ พิกล” อาโออิว่าขึ้นมาบ้าง หลังจากที่อุรุฮะลากเค้าออกมาก็แทบจะไม่ได้พูดอะไรกันเลย มาถึงร้านอุรุฮะก็ดื่มเอาๆ อย่างกับไม่ได้กินเหล้ามาทั้งเดือน
“ก็ไม่มีอะไรนี่” อุรุฮะยังคงตอบขรึมๆ ทำเอาเรตะถอนหายใจ
“รูกิบอกฉันว่า เค้าบอกรักนาย” เรตะพูดขึ้นมาแค่นั้นก่อนจะเงียบรอดูปฏิกิริยาจากอีกฝ่าย
“แล้วไง” อุรุฮะถามขึ้นอย่างกวนอารมณ์นิดๆ ทำเอาเรตะหมั่นไส้
“ถ้านายคิดว่ารูกิชอบฉันจริงๆ นายคงขี้หึงจนหน้ามืดตามัวเกินไปแล้วหละ” เรตะจี้จุดได้อย่างตรงใจของอุรุฮะที่สุด ทำให้อุรุฮะหันมามองอย่างงงๆ ที่เรตะล่วงรู้ถึงความคิดของตนเอง
“รู้จักกันมานาน ทำไมฉันจะไม่รู้ว่านายคิดยังไงกับเจ้าตัวเล็กนั่น”
“ความจริงที่รูกิแกล้งมาอี๋อ๋อกับฉันก็เพราะอยากลองใจไคต่างหาก แถมตอนนี้มันก็สำเร็จซะด้วย ฉันถึงได้ตัวติดไคเป็นตังเมอย่างนี้ไง ความจริงรูกิไม่ได้คิดอะไรกับฉันมากไปกว่าเพื่อน แต่คนที่เค้ารักคือนายต่างหาก”
“ฉันว่าแล้วไง” อาโออิว่าพลางตบโต๊ะเบาๆ และหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาไคก้มหน้าอย่างอายๆ แต่คนที่อึ้งจนพูดอะไรไม่ออกกลับกลายเป็นอุรุฮะ
“เนี่ย เห็นเค้าบอกฉันว่าหลังจากที่ฉันกับเรตะเข้าใจกันดีแล้ว เค้าก็จะทำให้ฝันของเค้าเป็นจริงบ้าง คิดอยู่ตั้งนานว่ามันคืออะไร พึ่งจะรู้ก็วันนี้แหละ เรตะใจร้ายนะ ไม่เห็นบอกกันบ้างเลย” ไคว่าอย่างแอบงอนนิดหน่อย
“อ้าว ก็อยากให้รูกิบอกเองนี่นา แต่นะเพราะบางคนมันหึงจนหน้ามืดไม่ได้ดูเลยความความจริงมันเป็นยังไง รูกิถึงต้องไปนอนร้องไห้อย่างนั้นอ่ะ”
“ฉันไม่ได้หึง และก็ไม่ได้คิดอะไรกับหมอนั่นด้วย” อุรุฮะเถียงเรตะอย่างเคืองๆ
“ถ้านายยังยืนยันอย่างนั้นก็ตามใจ งั้นฉันกลับละ พรุ่งนี้หยุดซ้อมวันนึงนะ เพราะงั้นพวกนายจะดื่มกันถึงเช้าเลยก็ได้” เรตะบอกก่อนจะหัวเราะและลุกขึ้น
“ยังไงก็กลับกันดีๆ ล่ะ” ไคบอกก่อนละลุกตามขึ้นมาอีกคน เมื่อลับหลังทั้งสองคนอาโออิก็ชวนคุยเมื่อเข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองสงสัยไว้เป็นจริง
“ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมเวลาเล่นคอนเสิร์ต รูกิมันทำไมชอบมองไปแต่ทางนายบ่อยๆ ยังคิดว่ารูกิแอบชอบนายรึเปล่า แต่ไม่คิดว่าจะเป็นจริงนะเนี่ย 555” และยังไม่ทันที่อาโออิจะพูดอะไรต่อ อุรุฮะก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วทำเอาอาโออิมองอย่างงงๆ
“อะไร ลุกทำไม”
“ฉันพึ่งนึกได้ว่ามีธุระ กลับก่อนนะ”
“เฮ๊ย!!! อะไรกัน นายเป็นคนลากฉันออกมานะ ทิ้งกันดื้อๆ งี้เลยเรอะ”
“เอาไว้วันหลังฉันเลี้ยงละกัน ไปละ” แล้วอุรุฮะก็รีบร้อนลุกไปทันที
“ไม่เป็นไร ยังไงก็คุยกันดีๆ ล่ะ” อาโออิบอกก่อนจะหัวเราะเมื่ออุรุฮะหันมามองหน้าตัวเองอย่างอึ้งๆ
“ทำไมจะไม่รู้ล่ะ หน้านายมันฟ้องซะขนาดนี้ 555 ไปเหอะ โถ่เอ๊ย...แล้วก็บอกว่าไม่ได้ชอบๆ ” อาโออิโบกมือไล่เพื่อนแต่ไม่วายแซวตามหลังร่างสูงที่รีบร้อนเดินออกไป ระหว่างที่มุ่งหน้าไปยังบ้านของรูกิ อุรุฮะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคยลงไป เสียงสัญญาณดังอยู่ 3 – 4 ครั้งแล้วมันก็โดนตัดไป พอกดโทรออกอีกครั้งก็พบว่ารูกิปิดเครื่อง ทำเอาอุรุฮะเริ่มใจไม่ดี รีบเหยียบคันเร่งเพื่อที่จะไปหารูกิให้เร็วขึ้นอีก
***********
ทางด้านของรูกิ หลังจากที่ทั้งเรตะและไคกลับไปแล้ว ใบหน้าที่ฝืนยิ้มนั้นกลับมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อขึ้นมาอีกครั้ง สองมือยกขึ้นปิดหน้าก่อนจะเดินกลับมาล้มตัวลงบนเตียงนอน
‘ทำไมถึงได้รู้สึกทรมานขนาดนี้นะ ขนาดว่าทำใจแล้วว่าถึงจะได้ยินคำปฏิเสธจากนายฉันก็จะเข้มแข็ง แต่เมื่อได้ยินจริงๆ แม้แต่แรงที่จะหายใจยังทำได้ยาก ทำไมฉันถึงได้รักนายมากขนาดนี้ ทำไมกันนะ’ ได้แต่คิดกับตัวเองเงียบๆ ในใจปล่อยให้น้ำตาไหลเท่าที่อยากจะไหล
สายตาที่เหม่อลอยหันไปมองรูปที่วางอยู่ข้างเตียง ในกรอบรูปสีดำนั่นเป็นรูปของพวกเค้าทั้งห้าคน แต่สายตาของรูกิกลับไปหยุดอยู่ที่ตำแหน่งขวาสุดของรูป ที่ซึ่งอุรุฮะยืนอยู่ตรงนั้น มือบางเอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปนั้นมาแนบกาย ปลายนิ้วเรียวสวยไล้ไปมาเบาๆ ตรงหน้าของอุรุฮะพร้อมกับคำถามที่เอ่ยขึ้นเบาๆ เหมือนกับจะถามคนในรูป
“ถ้าแค่ในฝัน ฉันมีสิทธิที่จะรักนายได้ใช่ไหมอุรุฮะ ฉันขอแค่นี้นายคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ก่อนที่จะกอดรูปเข้ากับตัวเองแล้วหลับตาลง พลิกซ้ายก็แล้ว พลิกขวาก็แล้ว นอนหงายก็ยังไม่หลับ ทำเอารูกิเริ่มจะหงุดหงิดตัวเอง
“แล้วแบบนี้ฉันจะรีบไปเจอนายได้อย่างไรกัน ไม่อยากอยู่อย่างนี้อีกแล้ว ฉันทรมาน อยากหลับตลอดไปเลย อยากอยู่ด้วยกันในฝันกับนายตลอดไป” รูกิหยิบยานอนหลับที่อยู่ในตู้มากิน สองเม็ดแรกกินไปครึ่งชั่วโมงแต่มันก็ยังไม่หลับ ทำเอาร่างบางต้องลุกขึ้นมานั่งบ่นรำพันในใจ
‘ขนาดคิดจะเจอนายแค่ฝัน ยังยากขนาดนี้เลยหรือเนี่ย’ ก่อนที่ยานอนหลับอีก 3 เม็ดจะตามเข้าไปอีก เพียงแค่ล้มตัวลงนอน กำลังจะหลับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำเอาร่างบางขมวดคิ้วอย่างขัดใจ
‘ใครกันนะ กวนใจจริง คนกำลังจะหลับอยู่แล้วเชียว อย่าพึ่งกวนใจได้มั๊ย’ คิดใจในก่อนที่จะหยิบมือถือมาปิดเครื่องโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าเป็นเบอร์ของใครแล้วก็วางไว้บนเตียงก่อนที่รูกิจะหันมาหยิบยาเข้าปากอีกหลายเม็ด วินาทีนี้การได้นอนหลับคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับรูกิ
“แต่คนหลับ ถ้าเรียกขนาดนี้ต้องตื่นได้แล้วนะ .......” อุรุฮะพูดก่อนจะเงียบไป แล้ววางสายทันทีก่อนจะพยายามพังประตูเข้าไปจนในที่สุดมันก็สำเร็จ
อุรุฮะรีบเข้าไปข้างในก็พบว่าร่างบางนอนหลับอยู่บนเตียง โดยที่ยังคงกอดรูปของวงไว้ในอ้อมแขน รอยยิ้มตอนหลับช่างน่าหลงใหล อุรุฮะลองเขย่าตัวเรียกรูกิเบาๆ
“รูกิ รูกิ ตื่นหน่อยสิ ฉันมีอะไรจะบอกนาย” เขย่าก็แล้ว เรียกก็แล้วแต่เจ้าตัวดีก็ยังคงหลับใหล ทำเอาอุรุฮะยิ้มกับตัวเองก่อนจะบ่นออกมาเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก
“รูกิ...รูกิ นายตื่นสิ รูกิ” ก่อนที่จะช้อนร่างบางขึ้น แล้วรีบเดินแทบจะเป็นวิ่งไปยังรถที่จอดอยู่ แล้รีบขับออกไปโรงพยาบาล
ระหว่างที่ขับรถ อุรุฮะยังคงหันมามองที่ร่างบางบ่อยๆ คอยเรียกอยู่ตลอดเวลาเพื่อหวังว่ารูกิจะตื่นขึ้นมา
“ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ละเนี่ย” ไคพูดขึ้นมาเบาๆ ในใจเป็นห่วงรูกิจนนั่งไม่ลง
“เห็นบอกว่าอยากนอนหลับ เค้าบอกว่าฝันถึงนายก็เลยอยากเจอนายในฝันอีกนะสิ” เรตะบอกก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้าห้องฉุกเฉินข้างอาโออิ ผิดกับอุรุฮะที่ยังคงเดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น
E r i n a ' s B L O G - ,,shining electric starlight,,
ปรับเปลี่ยนบล็อคใหม่ ไฉไลมั่กมากกกกกกก
^^^^^^^ สวยๆๆๆ
ทำไมอ่านแล้วมันเศร้าๆอ่ะเนี่ยยยยยยยยย
#1 By PAYKUNG on 2009-06-23 20:51