Live Report X-JAPAN 2011 WORLD TOUR IN BANGKOK

posted on 14 Nov 2011 17:15 by god-of-death

X-JAPAN กับประสบการณ์ทางดนตรีที่ตายไม่เสียชาติเกิด

 

เขียนไว้เผื่อปีหน้า สองปีข้างหน้า ห้าปีข้างหน้า สิบปีข้างหน้ากลับมาอ่านของตัวเอง ก็บอกไว้ล่วงหน้าว่าวันนี้ กุขออนุญาตตัวเองตุ๊ดแตกแล้วนะเว้ย.....ไปเริ่มกันเลย

 

วันที่ 8 พ.ย. 54 ที่ผ่านไปแล้วกับคอนเสิร์ต X-JAPAN 2011 WORLD TOUR IN BANGKOK ซึ่งคิดว่าชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสแล้ว แต่ในที่สุด โยจังก็ทำตามสัญญา กี๊ส....จะได้เจอฮิโรชิจังตัวเป็นๆ แล้ว ฮีธจ๋า

 

ก็ว่าไม่ตื่นเต้นๆ แต่วันที่ 7 ก็ยังนอนไม่ค่อยหลับอยู่ดี นอนก็เกือบตี 2 ตื่นมา 7 โมง ฮรือ....ไม่สดชื่นเอาซะเลย กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงต่ออีกพักก็ใสหัวไปอาบน้ำ และออกไปหาชาวแก๊งที่ห้องคุณนายที่ 8

 

ไปถึงก็นั่น นี่ นู่น ทาเล็บ แต่งหน้า บลาๆ จนออกจากห้องกันเกือบบ่ายสอง เดินไปคนก็มองไป ก็จัดเต็มกันซะขนาดนั้น แต่ถามว่าแคร์ไหม.....ไม่แคร์อ่ะครับ ก๊ากส์ นั่งเรือคนก็มอง เดินไปกินข้าวคนก็มอง แต่เจอพวกเดียวกันเราก็มองกันและกันด้วยความเข้าใจ ฮา....

 

ไปรอขึ้นรถที่ข้างเซ็นทรัลเวิร์ลซึ่งบีอีซีจัดไว้ให้ สรุปว่าไง....รถไม่พอ แต่ก็แค่นั้น พวกที่เหลือก็ช่วยตัวเองกันไป อะไรวะ แล้วอย่างนี้จะบอกให้มาทำไม จะให้ลงชื่อ หรืออะไรก็น่าจะทำ ให้มาแล้วไม่รับผิดชอบชีวิตเราอย่างนี้ก็ไม่ไหวนะคะ เหลือก็ทิ้งแบบนี้เพลียนะขอบอก....เสียอารมณ์มากกกกกกก

 

เหมาแท็กซี่กันไป(ก็ได้วะ) นั่งไปก็เม้าท์กันไป รถที่ขับตีคู่มาข้างๆ ก็มองพวกกุไป (ไม่มองสิแปลก สภาพแต่ละคน อเมซิ่งตลิ่งทรุดมาก) คุยกันจนคนขับรถหนวกหู คาดว่าพี่แกอยากจะไล่พวกกุลงบนทางด่วนมากมาย แต่เกรงใจคุณตำรวจตามรายทาง ฮา

 

ถึงอารีน่าปุ๊บก็เตรียมจะไปหาห้องน้ำเปลี่ยนกระโปรง ซึ่งน้องบอกว่า “เสียเวลาพี่ฟาง เปลี่ยนมันตรงนี้แหละ” ด้วยความมึนบวกขี้เกียจ ก็เลยเปิดกระเป๋า คว้ารองเท้าและกระโปรงมาเปลี่ยนมันตรงนั้นแหละ พอดีว่ากระโปรงตัวที่สวมไปอยู่แล้วมันยาวๆ เหมือนผ้าถุงเลย อีกอย่างใส่เลกกิ้งอยู่แล้ว เลยชิวๆ เปลี่ยนเสร็จปุ๊บก็มีพี่ๆ ที่มาดูคอนมาขอถ่ายรูป แบบว่า พี่ครับ...กุอายอ่ะ พี่ๆ เค้าบอกไม่ต้องเขิน -*- พูดง่ายเนาะ ไม่ได้คอสเพลย์เป็นอาชีพครับพี่ พึ่งจัดเต็มมางานนี้แหละ ก็ไปถ่ายรูปกับพี่เค้านิดหน่อย

 

ปกติไม่ได้ออกสื่อ แต่งตัวมาแบบชิวๆ แต่งานนี้สำนึกว่าควรจัดเต็ม ก่อนที่จะแก่จนเกินจัดไหว เลยสนองตัวเองไป 1 ยกเบาๆ (เพราะที่ใส่ไปวันนั้นยังไม่ครบเซ็ตอ่ะ ขาดผ้าคลุมหัวเจ้าสาวสีดำ ซึ่งจะใส่ไปกลัวจะเยอะเกิน) แต่ชุดที่ใส่ก็ลำบากพอตัว เดินไปไหนต้องหิ้วหางกระโปรงไปด้วย เพราะไม่งั้นกุอาจจะโดนชาวบ้านเหยียบหาง แต่ที่บ่อยมากคือ เดินเหยียบของตัวเองนี่แหละ ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ สรุป...ทำหาง เหมือนทำที่พาดแขน ต้องเอาพาดแขนเดินตลอดๆ ไม่น่าเล้ย

 

เดินไปเข้าแถวรอรับของที่สั่งซื้อไป ผ้าพันคอ...หรืออีกนัย ผ้าเช็ดหน้า 600 แพงไปไหน แต่ก็สอยมา เอาเถอะครั้งหนึ่งในชีวิต (แต่ถ้าวงอื่นมาก็ซื้ออยู่ดีอ่ะ -*- เล๊ววววว)

 

มีคนบอกว่า หน้ายิ่งเลยไม่ทักด้วยละ - - อีกอย่างกุดันไปจำหน้าพี่เค้าไม่ได้ -*- ก็มันไม่ได้เจอกันนานไม่ได้เจอบ่อยด้วย ผิดไปแล้วคร้าบบ ไม่ได้หยิ่ง แต่ต้องตีนิ่งไว้เพราะอาย ใส่ชุดนั้นเดิน แต่งหน้าจัดขนาดนั้นอีกมันก็มีคนมองบ้างนิดๆ หน่อยๆ เลยเขิน ต้องตีนิ่งเข้าไว้ แต่คิดว่าโดยพื้นฐานหน้าหยิ่งอยู่แล้วด้วยมั้ง เพื่อนก็บอกหลายคนแล้ว ว่าตอนยังไม่รู้จักท่าทางกุไม่น่าคบอย่างแรง ดูหยิ่งๆ แต่พอได้รู้จักจริงๆ จะรู้ว่ากุรั่วและหื่นมาก -*- ว่ากุรั่วอ่ะ....กุรับได้ แต่ว่ากุหื่น...นี่กุขอเถียง กุไม่หื่นเหอะ

 

ประตูเปิดก็เข้าไปนั่งรอ ระหว่างนั้นก็ผลัดกันหยิกกับน้อง ว่าเราไม่ได้ฝันไปใช่ม๊ายยยยย (ออกแนวบ้า) คอนเลทไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อะเมซิ่งจิงเกอเบลล์มาก มายก๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เป็นไปแล้วววววว

 

ตอนช่วงเปิดตัว โยจังออกมายืน ตอนนั้นรู้สึกขนลุกชันไปทั้งตัว และรู้สึกว่า สวรรค์มีจริง

พอสมาชิกยืนครบทีม อินโทรเพลงเริ่ม เฮ๊ยยยยย เปิดด้วย JADE จริงดิ????

 

คือวินาทีนั้นยังไม่ได้ขยับอะไรเลย ยืนอึ้ง ยืนคิดอยู่ว่า นี่....กุ..ได้อยู่ตรงนี้จริงๆ แล้วใช่ไหม ข้างหน้านั่นคือ X-Japan ตัวเป็นๆ โยจังกำลังรัวกลองอย่างร้อนแรง ป๋าตะกำลังดีดกีตาร์ตัวนั้น(ขอข้ามฮิโรชิจังไปก่อน) โทชิซังกำลังร้องเพลงที่แสนจะคุ้นหู สึจังกำลังลีดกีตาร์ด้วยท่วงท่าลีลาที่งดงาม และสุดท้าย ฮิโรชิจัง..ฮรือ ฮีธเท่มากกกกก ฮีธตัวเป็นๆ เจ้าชายผมยาวคนนั้น กุได้เห็นตัวเป็นๆ แล้ว (สรุปเลยแล้วกัน กุเมนฮิโรชิจัง)

 

ตอนดูดีวีดีก็ว่าไม่ค่อยมีคนเฮดแบงก์ และก็คิดว่าคอนนี้อาจจะไม่มีคนเฮดแบงก์ ความตั้งใจว่าจะจัดเต็มก็เลยถดถอย แต่พอหันไป 10 นาฬิกา มี 3 สาว ที่เฮดแบงก์อย่างลืมตาย กุก็เลยจัดเต็มไม่เหลือ เอามันตั้งแต่เพลงแรกนี่แหละ ไม่อยากจะบอกว่า เพลงนี้ เฮดแบงก์มันส์ได้อีก ก่อนจะเริ่มร้องท่อนกลองนี่มันส่งให้หัวทิ่มจริงๆ จัดไป จบแบบประทับใจสุดๆ และขณะที่ปลาบปลื้ม น้ำตาซึม เพลงที่สองก็ตามมา

 

Rusty Nail เพลงนี้คือเพลงที่โปรดมาก ถึงมากๆ ถึงมากๆ ที่สุดเลยก็ว่าได้ โยกกันลืมตายทั้งฮอล์อ่ะ หันไปทางไหนไม่เคยเห็นสักคนที่จะยืนนิ่งเฉยอยู่ได้กับเพลงนี้ สนุกกันสุดเหวี่ยง

 

ถึงวินาทีนี้อยากจะถอดรองเท้ามาก เพราะปกติกุยืนอยู่บนส้นสูงได้นานไม่เกินครึ่งชั่วโมง อ่อ...อันนั้นสูงแค่ 2 นิ้วครึ่งนะ แต่วันนี้กุใส่ 4 นิ้วหนักกว่าเดิมอีก คิดจะถอดก็ถอดไม่ได้ เพราะว่าข้างหน้าต่อๆไป กำแพงมนุษย์ที่สูงกว่ากุทั้งสิ้น ฮรือ ทำไมต้องเกิดมาเตี้ยด้วยวะ (คราวหน้าไปดูที่นี่ หรือที่ไหนๆ กุจะไม่ยืนตรงนี้อีกแล้ว ถ้าไม่ได้สู้ราคาหน้าเวทีก็ขึ้นแสตนโลด) ใส่รองเท้าเต้นต่อไป สักพักก็รู้สึก เอ๊ะ....หลังตึงๆ

 

หันไปพบว่า พี่ที่ยืนอยู่แถวหลังกุเค้าน่าจะเหยียบชายกระโปรง ไม่สิ...ต้องเรียกหางถึงจะถูก พี่เค้าก็บอกว่า “ขอโทษครับ” แล้วก็รวบๆ หอบมากองไว้บนเก้าอี้ให้ ขอบคุณมากๆ นะครับพี่ แต่ความจริงน้องผิดเองแหละที่ทำหางยาวขนาดนี้ เชิญพี่เหยียบตามสบาย น้องมันส์จนลืมตายไปแล้วล่ะครับ แค่อย่าเหยียบจนกระโปรงผมหลุดก็พอ ฮา... (แต่วันนั้นมันร่วงลงไปหลายครั้งหอบขึ้นมาจนขี้เกียจหอบ อยากกองกับพื้นก็ช่างมัน กองไปเถอะ กุมันส์กุไม่สนแล้ว)

 

ที่ประทับใจอีกอย่างคือ ทุกคนไม่ว่าจะแฟนพันธุ์แท้รุ่นเก๋า หรือแฟนใหม่(อย่างกุเองที่เป็นแฟนฮิโรชิจังมาหลายปีดีดัก แต่พึ่งมาเป็นแฟนเอ็กซ์ช่วงหลังๆ มานี้เองง่ะ เล๊ววววว) ไม่ว่าโทชิจังจะหยุดร้องท่อนไหน ให้ช่วยท่อนไหน ส่งท่อนไหน ทุกคนร้องได้เกือบทั้งหมด เสียงที่ประสานกันมันดังมาก มากซะจนขนลุก นี่สินะชาว X ทุกคนมีลายเลือด X อยู่ในตัว ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เพลงเก่ายังไง ทุกคำยังจำฝังลึกลงไปในส่วนของความคิดความรู้สึก บทเพลงเหล่านั้นซึมซับอยู่ในหัว ช่วยกันร้องอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีเลยที่เสียงจะแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน มีแต่เสียงที่ดังกึกก้องไปทั่วฮอล์ ฮ๊า....มีความสุขอะไรอย่างนี้นะ

 

ถ้าถามว่าพรุ่งนี้ต้องตายเสียดายไหม ตอบว่าเสียดายเพราะยังไม่ได้ดูคอนเกษตรตัวเป็นๆ (วกมาวงนี้ตล๊อด)แต่ถ้าถามว่าเสียชาติเกิดไหม ได้ดูแลพ่อแม่(แม้จะน้อยนิด ไม่เท่าที่พ่อแม่ให้เรามาทั้งชีวิต) ได้ดูคอน X ที่สายเลือดเจร็อค(เกือบ)ทุกคนเฝ้าใฝ่ฝัน ตายไม่เสียชาติเกิดครับ  

 

จบเพลงที่สองด้วยความสุขท่วมท้น แทบจะร้องไห้ แต่....อย่าเชียวนะมึง เจลไลน์เนอร์กุทนไหว แต่มาสคาร่ากุไม่กันน้ำว้อยยยย อย่าไหลออกมานะเฟ๊ย

 

ขณะที่พร่ำบอกตัวเองอยู่นั้น เสียงอินโทรเปียโนที่ดังขึ้นมา เฮ๊ยยยย ไม่ได้ฝัน กุจะได้มันส์กับ Silent Jealousy จริงๆ ใช่ไหม คือเป็นเพลงโปรดอีกเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่าจะเล่นเพลงนี้เลย ไม่คิดจริงๆ แม้ใจลึกๆ จะคาดหวังก็เหอะ ดีใจโคตร แล้วคอกุก็ป่วยเพราะเพลงนี้ นอกจากกี๊สจนคอจะแตก ก็จัดเต็มทั้งกระโดด ทั้งโยก ทั้งเฮดแบงก์(มันมีท่อนไหนเฮดแบงก์ได้มั่งเนี่ย แต่ใครจะสน วินาทีนั้นกุมันส์พะย่ะค่ะ) จบเพลงนี่ทรุดไปกองกับเก้าอี้เลย ยืนไม่ไหวแล้ว แกะชากุซ่าที่ปกติไม่เคยกินมันอร่อยเลย แต่วันนี้แม่งอร่อยโคตร เพราะแสบคอมากกกกกก เปิดได้ก็ดื่มอึกๆ ๆ ๆ

 

ฟังพาต๋าจังโซโล่กีตาร์ไปด้วย เหมือนจะหมดแรงพังพาบ แต่ที่ทำให้ลุกขึ้นมาได้เพราะ DRAIN มาไวกว่าที่คิด แต่ก็มันส์มากกว่าที่คาด แหกปากร้องตามตลอดๆ ทั้งที่เสียงเริ่มแห้งแล้ว แคร์ไหมล่ะ ...ไม่แคร์เสียงหมดได้ พรุ่งนี้มันก็มาใหม่ได้ ดังนั้นคืนนี้แหกปากไม่ต้องยั้ง (แต่วันที่ 9 แม่โทรมาหา บ่นใหญ่เลยว่า ใช้เสียงไม่ได้บันยะบันยังเลยใช่ไหม เสียงแหบเป็นผัวกี้เลย ก็นะ...น้องชายก็บอก “แม่ อย่าไปบ่นมันเลย นานๆ มันจะดูที” รักน้องกุก็วันนี้ละ เข้าอกเข้าใจกุจริงจัง)

 

ได้นั่งพักสงบสติอารมณ์กระดกโออิชิ ก่อนจะมาซาบซึ้งกับเสียงไวโอลินของสึจัง คือ...ขนลุกมาก แต่ที่ชอบอย่างคือ ช่วงที่สึจังสีเป็นเพลงหมอลำ พึ่งรู้ว่าไวโอลินกับหมอลำมันก็เข้ากั๊น เข้ากันจริงจัง วินาทีที่สึเริ่มบรรเลงไวโอลินนั้น ทั้งแสงไฟที่สาดส่องลงมา ทั้งชุดที่ใส่ ทั้งลีลาที่พลิ้วไหวของผู้ชายคนนี้ มันบรรยายไม่ถูก วินาทีนั้นตากุเห็นภาพตรงหน้าคือ สึจังมีปีกสีทองกางออกมาจากด้านหลัง อาจจะคิดว่าตัวเองเวอร์ แต่มันเห็นอย่างนั้นจริงๆ (กุก็ช่างจินตนาการขนาดนี้อ่ะนะ) นี่กุมีบุญขนาดเห็นเทวดา(หรืออีกนัยหนึ่ง ลูซิเฟอร์) ลงมาสีไวโอลินให้ฟังเลยเหรอวะเนี่ย ช่วงแรกๆ คนดูก็กี๊สกันสนั่น โห่ร้อง ปรบมือ จนหลังๆ เสียงไวโอลินที่แสนเศร้าและพลิ้วไหวนั้น สะกดให้ทุกคนในฮอล์เงียบสนิท ทุกคนกำลังตั้งใจซึมซับเสียงอันไพเราะนั้นเข้าสู่ความทรงจำที่แสนจะมีค่าบันทึกทุกๆ ตัวโน้ต ทุกๆ วินาทีที่เสียงนั้นยังคงบรรเลงกึกก้องไปทั่วทั้งฮอล์ บรรยายยังไงก็ไม่ซาบซึ้งเท่าได้สัมผัสเองจริงๆ

 

เก็บเสียงหวานๆ ของไวโอลินใส่ความทรงจำที่มีค่าสุดชีวิตเสร็จก็มันส์กันต่อกับ Kurenai เพลงที่คิดว่า เล่นสดได้มันส์สุดๆ ๆ ๆ ๆ โฮก....โยกลืมตาย ร้องแบบลืมโลก แหกปากแบบไม่เอาเพราะ เอาสะใจเป็นหลัก เพลงนี้โทชิจังให้ช่วยร้อง ทุกคนก็ใส่กันเต็มลิมิต เสียงมีเท่าไหร่ใส่กันไม่ยั้ง ประทับใจทั้งเพลง ประทับใจทั้งแฟนๆ ในฮอล์เลยครับช็อตนี้

 

ต่อกันด้วยเพลงใหม่ Born To Be Free ถึงจะว่าเป็นเพลงใหม่แต่ก็ร้องได้กันแทบทั้งนั้น แต่ผมได้อยู่ท่อนเดียว บอร์น ทู บี ฟรี นั่นแหละ ที่เหลือก็โบกไม้โบกมือ ร้องไก่ๆ กาๆ งึมงำตามชาวบ้านเค้าไป ฮา....กินแรงสุดๆ เลยกุ

 

ช่วงวินาทีต่อจากนี้ เป็นอะไรที่ประทับใจมาก คือ....ตั้งแต่ดูคอนเสิร์ตมาเนี่ย(ส่วนใหญ่ก็ดูคอนเสิร์ตพวกวงหน้าใหม่ๆ อ่ะนะ ยังไม่เคยดูระดับเทพ) ส่วนมากจะเป็นพวกแฟนเกิร์ล คือแฟนบอยนี่ถ้าเทียบกับสัดส่วนผู้ชมทั้งหมดถือว่าน้อยมากกกกกกกกกกกก เคยดูในดีวีดีวงที่แฟนบอยเยอะๆ หน่อยก็ X-Japan / Glay / Luna Sea และอื่นๆ ยุคไล่ๆ กันนี้

 

แต่.....วันนี้กุได้เห็นแฟนบอยกี๊สโยชิกิครับ ไม่ผิด กี๊สโยชิกิจริงๆ แบบว่า เสียงผู้ชายที่แมนๆ ตะโกนเรียก โยจัง สึจัง แบบว่า....ขนลุก นี่หรือ อำนาจลึกลับของชายชาตรี แล้วไม่ใช่คนสองคนนะ เยอะมากกกกกก

นี่สินะของจริง จะเห็นได้ชัดว่า คอนเสิร์ตนี้ผู้ชายกับผู้หญิงนี่มีครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ผู้ชายเกือบจะมากกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำไป

 

ช่วงที่โยจังออกมาโซโล่กลองกับเปียโนสลับกัน คือ...มันสุดยอดมาก ไม่คิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้ดูกับตาตัวเอง ได้ฟังกับหูตัวเอง คือ....ขอบคุณพี่ออยมากที่ทำให้ได้รักวงนี้จริงๆ จังๆ คือรู้จัก X มาตั้งแต่เริ่มฟังเจร็อคนั่นแหละสิบกว่าปี ม่ายยยยย แค่ปีสองปี อิอิ (โกงอายุตัวเองสุดฤทธิ์) แต่ว่าไม่ได้ตามตอนนั้นบ้าแต่ฮิสะจังอ่ะ ปิดหูปิดตากุหมดสิ้น - - (แต่ชอบฮิโรชิจังนี่ ชอบมาหลายปีแล้วอ่ะ ตั้งแต่ฮีธเข้า X ปีแรกๆ แล้ว เพียงแต่ว่าก็ยังไม่ตามเพลง X อยู่ดี โง่วววววววชิบส์)

 

เพลง เดือนเพ็ญ คือ....ตอนที่ฟัง เฮ๊ย...เพลงนี้คุ้นหูมาก แต่ไม่รู้ว่าชื่อเพลงอะไร พอมาค้นดูทีหลังถึงรู้ชื่อเพลง แบบว่ามีเพื่อนๆ (ขอเหมาว่ากลุ่มแฟนที่ไปดูคอนวันนั้นเป็นเพื่อนกุละกัน) ร้องตามกันได้เยอะ คือ ช่วงที่ได้ยินเสียงเปียโนแรกๆ น้ำตาจะไหลแล้ว ยิ่งตอนที่ได้ยินเสียงพวกเราๆ ประสานร้องคลอไปกับเสียงเปียโนของโยจัง น้ำตาจะทะลัก อย่าเชียวนะ มาสคาร่ากุไม่กันน้ำ ฮรือ.... แต่เพลงเดือนเพ็ญกุไม่ได้ร้องนะ ร้องไม่เป็น ยอมรับว่าเคยฟังเพลงนี้ไม่ถึง 5 ครั้งในชีวิตจริงๆ

 

โอเค ซาบซึ้ง มีหลายคนบ่อน้ำตาแตก(โดยเฉพาะคนข้างๆ ร้องไห้ด้วย 555 คุณนายที่ 1 ของกุร้องไห้เว้ยเฮ๊ย) จากนั้นโทชิจังก็ออกมาบิ้วท่อน In the rain และ Find the way ให้ทุกคนช่วยกันร้องตาม ทุกคนก็ร้องตาม อยู่หลายรอบเหมือนกันนะ ก่อนที่เพลง IV จะเริ่มขึ้น ทีนี้ก็มีคอรัสเป็นหมื่นคนช่วยกันร้อง ประทับใจอีกแล้ว พวกป๋าๆ เค้าจะประทับใจพวกเราไหมนะ ส่งอะไรมารับกันตลอด ต้องมีบ้างแหละน่า....ฮา

 

จากนั้นก็ลาสท์ซอง X เฮ๊ย!!!! โทชิจัง อย่ามาโกหกนะ พึ่งเริ่มเล่นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองไม่ใช่เหรอ นี่แหละหนาเวลาแห่งความสุข ทำไมมันผ่านไปเร็วอย่างนี้วะเนี่ย เพลงนี้ไม่มีใครไม่กระโดด ไม่มีใครไม่ X ทุกคนสองมือประสานกากบาท กระโดด X กันตัวลอย ถึงวินาทีนี้ ลืมไปเลยว่าตัวเองยืนอยู่บนส้นสูง 4 นิ้ว ที่ชีวิตไม่เคยยืนอยู่นานขนาดนี้มาก่อน ลืมเจ็บ ลืมทุกอย่าง สนุกอย่างเดียว เจ็บนี้เพื่อฮิโรชิจัง ก๊ากส์

.

.

.

ช่วงอังกอร์....ไม่เคยเจออะไรแปลกๆ แบบนี้มาก่อน จำได้ว่าเริ่มจากตะโกน วี อาร์ เอ็กซ์ๆ ๆ ๆ  และเวฟที่เฝ้าฝันใฝ่ ในที่สุดกุก็ได้มีส่วนร่วมแล้ว เย้เย...แต่ติดตรงที่ มันไม่ค่อยจะเป็นระเบียบเท่าไหร่ เพราะความสับสน บนอัศจรรย์เล่น พวกกลางๆ ก็อยากจะเล่นด้วย มันเลยวนมั่วๆ นิดหน่อย แต่โดยรวมก็พร้อมเพรียงสวยงามดี จากนั้นก็ Endless Rain ท่อนฮุก จากนั้นก็เวฟกันอีก ทั้งปรบมือ กระทืบเท้า ที่สำคัญเพลงลอยกระทงมาจากไหน แต่นะ.....ในเมื่อมีคนเริ่ม ทุกคนก็พร้อมจะสานต่อ จากจุดเล็กๆ พอใกล้จบเพลงก็ร้องกันทั่วทั้งฮอล์ - - ใจง่ายกันจริงๆ (กุก็ร้องด้วยแหละ ฮา) จากนั้นก็ Endless Rain กันต่อแล้วก็ วี อาร์ เอ็กซ์ คือ....หลายรอบจนไม่รู้จะหลายรอบยังไงแล้ว

 

ระหว่างที่ตะโกนรักฮีธจนแสบคอ (เค้า วี อาร์ เอ็กซ์ กัน กุ วี อาร์ ฮีธ / ไอ เลิฟ ฮีธ ของกุคนเดียว บ้า) ก็บ่นกับน้องๆ ทำไมโยจังเข้าไปห่มสไบนานจังวะ แอบหวังไว้ เพราะเห็นที่เกาหลียังใส่ฮันบกเลยนี่นา มีความหวัง อิอิ

 

ระหว่างที่นั่งรออังกอร์ กุก็อาศัยช่วงนั้นแหละตะโกนไปข้างหน้า รักฮีธ รักฮีธ รักฮีธ คือ....รักฮีธเนี่ย ตะโกนหลายครั้งมาก นับไม่ถ้วน และที่หนักกว่านั้นคือ รักฮีธ...แต่งงานกันเถอะ ฮา....อุตส่าห์เลือกตอนที่เงียบที่สุด เผื่อฮิโรชิจังจะได้ยินอ่ะ 5555  ระหว่างที่ดูคอนเสิร์ต ใครเดินไปสีฮิโรชิจังกุก็กี๊ส ฮิโรชิจังถอดเสื้อกุก็กี๊สสสสสส บ้าผู้ชายคนนี้ถึงขีดสุด คือเรื่องของเรื่อง ชอบวงไหนก็แล้วแต่ ไม่เคยเมนมือเบสมาก่อน มีฮิโรชิจังคนเดียวที่ทำให้กุเมนมือเบสได้ เมนมาตั้งแต่ยังไม่ได้ตาม X เป็นเรื่องเป็นราวอ่ะ

 

ช่วงนอกเรื่อง มาไล่ดูดิ ว่าเมนใครบ้าง เอาที่พอนึกออก ณ ตอนนี้ละกัน เพราะถ้าให้นึกหมดไม่ไหว เยอะเกินไปอ่ะ

 

เกษตร ร้องนำกับกีตาร์ สาคู ร้องนำกับกีตาร์ เกลย์ กีตาร์ Dir กลอง(อย่างน้อยกุก็เคยบ้าช่วงที่ชินจังยังสาวยังสวย ฮรือ) ลูน่าซี ร้องนำกับกีตาร์ DELUHI กีตาร์กับกลอง 12012 ร้องนำกับกลอง

ViViD กีตาร์กับกลอง AYABIE กลอง Girugamesh ร้องนำ LM.C ร้องนำ กีตาร์ (เพราะมีแค่ 2 คน แต่นะแอบหลงรักมือคีบอร์ดซับพอร์ต กับมือกลองซับพอร์ตอ่ะ ทำไงดี) ลูซิเฟอร์ กีตาร์อีกเช่นกัน เมนยูกิสุดใจขาดดิ้น Vidoll ร้องนำกับกีตาร์

 

สรุป.....ในประวัติศาสตร์เบส กุไม่เคยเมนใครมาก่อนนอกจากฮิโรชิจัง เมนมาคนแรก และคนเดียวจนถึงเดี๋ยวนี้ - - ผมยาวของฮีธมีอิทธิพลกับชีวิตกุจริงๆ ให้ตายเถอะ

 

นั่งรอกันสักครึ่งชั่วโมงได้ โยจังก็ออกมา พร้อมด้วยเสื้อคลุมสีขาว มานั่งทำท่าเอียงอาย แต่เห็นรำไร อะไรส้มๆ ด้านในฟะ และก็เฉลยตอนที่โทชิจังออกมาดึงนั่นแหละ โยจังห่มสไบเฉียงสีครีม กี๊สสสสสสสสสสสส ไหว้งดงาม คือ....ช็อตนี้เสียงผู้ชายกี๊สกระหึ่มไม่แพ้ผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ชายข้างหลังกุ

“โยชิกิ อิ อิ อิ อิ อิ” กุเติมเอคโค่ให้ด้วยละกัน คือแบบว่าเต็มเหนี่ยวมากกกกกก และหลายครั้งมาก เข้าใจนะว่าพี่เค้าชอบของเค้า แต่เราขนลุก ไม่เคยเห็นแฟนบอยกี๊สผู้ชายอ่ะ แต่ว่า....หันไปมองพี่เค้า พี่ครับ...พี่ใจมากครับ ฮา แต่ความจริงเสียงผู้ชายที่เรียกโยจัง สึจังนี่ ดังมาจากทั่วสารทิศนะ เข้าใจ...เพราะเห็นมีคนใส่เสื้อลูน่าซี มาดูคอน พี่คนนั้นต้องตะโกนเรียกสึจังแหงเลย ฮาอีกรอบ

 

แต่คือ....ไม่รู้ว่าจงใจ หรือเพราะกุวาย [Y] เข้าเส้น แบบว่าช็อตให้จิ้นเยอะมาก กุนี่กี๊สปางตายอ่ะ คือ....เรียกได้ว่าปางตายจริงๆ มีช็อตให้คิดตลอด เยอะมากกกกกกกกก โอ๊ยยยย ตายไปจริงๆ ใครจะรับผิดชอบชีวิตวายๆ (แต่ไม่หื่น) ของกุห๊า.....ฮิโรชิจังงงงงง

 

มีช่วงที่โยจังชวนพวกเราร่วมสงบนิ่งไว้อาลัยให้เหตุการณ์ที่น้ำท่วมในประเทศของเรา และมีผู้ประสบภัย และเสียชีวิตมากมาย ซึ่งวินาทีนั้นขอบอกว่าเป็น 1 นาทีที่เงียบมากกกกก ได้ยินเสียงแอร์อ่ะ เงียบแค่ไหนคิดดู และก็มีช่วงที่โยจังเล่าถึงตอนที่เจอกับโทชิจัง พาต๋า ฮิเดะซัง ไทจิซัง ฮิโรชิจัง และสึจัง ฟังแล้วก็ซึ้งนะ และก็เรื่อง ดรีม คัม ทรู วันนี้มันเป็นจริงแล้ว ทั้งความมุ่งมั่นของพวกเค้าที่อยากจะมาเมืองไทย และแฟนเอ็กซ์ชาวไทยที่ตั้งหน้าตั้งตารอกันมานับสิบปี ของคนที่ชอบมานานแล้วอ่ะถึงนะ แต่ของกุพึ่งชอบมาไม่นาน ก็เลยยังไม่ถึงอ่ะ แต่ก็รอเหมือนกัน

 

ตอนที่เห็นคอนเสิร์ตชาวบ้านเลื่อนหวั่นใจมาก กลัวว่าโยจังจะเลื่อนคอนเสิร์ต คือไอ้เลื่อนนะก็เข้าใจพวกที่มาไม่ได้เพราะน้ำท่วมเหมือนกัน แต่ว่าอีกใจนึงเราก็ไม่อยากให้เลื่อน เพราะถ้าเลื่อน อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว อาจจะไม่มีโอกาสได้เจอฮิโรชิจังตัวเป็นๆ (แล้วคนอื่นล่ะ ไอ้คนสองมาตรฐาน) ก็คนอื่นด้วย เพราะคอนนี้คงไม่มีเลื่อน คงมีแต่ยกเลิก ถึงหน้าสมาชิกแต่ละคนจะยังปิ๊งปั๊ง เด้งดึ๋ง แต่ว่าอายุอานามก็พอสมควร รออีก 10 ปี แต่ละหน่อคงมาร้องเพลง ตีกลอง อะไรกันไม่ค่อยจะไหวแล้วละ ถ้าครั้งนี้ยกเลิก เราว่าโอกาสที่จะได้ดูในประเทศไทยเป็น 0 เลยละ

 

โล่งใจมากที่คอนเสิร์ตไม่เลื่อน ถึงจะมีคนด่าว่า น้ำท่วมอย่างนี้ยังจะดี๊ด๊ามีกระจิตกระใจไปดูคอนเสิร์ตอีกเหรอ ตอบเลยครับว่า “เออ....กุมี”

 

จากนั้นเพลงที่ไม่คิดว่าจะร้อง ก็มีโอกาสได้ฟังแบบสดๆ Forever Love….คือ ชอบเพลงนี้มาก ขนาดเอามาแต่ฟิค (อันนี้เรียกหื่นใช่ๆ ไหม 555) ตอนนั้นน้ำตาปริ่มและ แต่เตือนตัวเองตลอดเวลาว่า มาสคาร่าไม่กันน้ำ มึงอย่าร้องเด็ดขาด

 

จากนั้นก็มาถึงเพลงที่ทุกคนรอคอยจะมีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ Endless Rain เชื่อว่า สาวก x ไม่มีใครที่ร้องเพลงนี้ไม่ได้ แม้จะไม่ได้เป๊ะทั้งเพลง แต่ท่อนฮุกกุมั่นใจมากกกกกกก โอยยยยย ขอกุร้องไห้หน่อยเหอะ ไม่ไหวแล้ว จะเละก็ให้แม่งเละไป ผ้าที่พึ่งซื้อมานี่แหละ เช็ดไปก่อน ฮา..... ตั้ง 600 ใช้ให้คุ้ม  

 

จากนั้นเพลงที่ไม่คิดจริงๆ ว่าจะได้ฟังสดๆ เพราะมันยาวม๊ากกกกกกก วงไหนที่เล่นคัฟเวอร์เพลงนี้ได้ แม่งกุยอมรับว่าเก่งมากกกกก Art of Life ขนหัวลุกเลยอ่ะตอนนั้น มันเป็นเองโดยอัตโนมัติ

 

คือจะเลวไหมถ้าจะบอกว่า กุยังไม่อยากให้จบ คือรู้นะว่าพวกสมาชิก x เริ่มหมดแรงแล้ว กุเองก็เสียงหมดแล้ว แต่มันยังไม่อยากให้จบ ไม่อยากให้ความฝันที่โคตรจะสุขในครั้งนี้จบลงเลย

 

The Dream Is Over …. จบแล้วจริงๆ สินะ

 

ก็เปิดเพลง Tears และ Forever Love คลอไป พวกสมาชิกบนเวทีก็ วิ่งเล่น หลั่นล้า แจกของ ขว้างขวดน้ำ ซึ่งเห็นฮิโรชิจังขว้างกุว่าไกลแล้ว แต่ สึจัง....ขว้างได้ไกลกว่า จากที่ยืนอยู่คาดว่าไกลถึงครึ่งฮอล์ (โอว สึจังแรงเยอะขนาดนี้ ฮิโรชิจังจะเอาอยู่ไหม กี๊สสสส ลากมาวายตลอดๆ เล๊วววว)

 

จบได้ประทับใจ แต่อยากได้อังกอร์สัก 3 ชั่วโมงอ่ะ ยังไม่จุใจเลย.....

 

ปล...เมื่อกลับถึงบ้าน ถึงได้รู้ความจริงหลังถอดรองเท้าว่า เท้ากุเส้นเลือดปูด บวมเลย เส้นสีเขียวๆ  ม่วงๆ ช้ำไปหมด โห....ไม่ถูกกับส้นสูงจริงๆ นะเนี่ย วันนั้นยืนอยู่ได้ไงตั้ง 6 ชั่วโมง เยี่ยม....ลืมเจ็บ ลืมปวด ลืมตาย เจ็บนี้เพื่อฮิโรชิจัง

 

อยากเจ็บเพื่อฮิสะจัง อุ๊กี้ กับคาสึยังมั่งจัง *โลภมากสุดๆ อ่ะ* ไม่ใช่สาย M แต่ถ้าเจ็บเพื่อได้ดูพวกนี้ กุยอมเจ็บละ

วันที่ห้าของการเดินทาง

 

ตื่นตอนเช้า วันนี้เหมือนพี่หลีรู้ว่าน้องคงยังไม่ได้สติ พี่หลีเลยอาบน้ำก่อน อิฟางก็นั่งระลึกชาติอยู่บนเตียงสักพัก หันไปมองที่นอน ลืมกอดหมอน - - ดีที่มึนจึงนอนหลับ เพราะติดหมอนข้างอย่างรุ่นแรงอ่ะนะ พี่หลีออกมาจากห้องน้ำอินี่ก็เดินเข้าไปอาบต่อ พอจะถอดเสื้อถึงได้รู้ความจริงว่า

 

เมื่อคืนกุใส่เสื้อกลับตะเข็บนอนทั้งคืน - -“ เอ่อ....หรือว่าจะไม่ใช่มึนธรรมดา งานนี้น่าจะเรียกว่าเมาได้แล้วนะ แหม...อย่างน้อยก็ตื่น 6 โมงเช้าละน่า อาบน้ำเสร็จก็แพ็กกระเป๋าไปวางไว้นอกห้อง รอพี่เบลมายก ส่วนอิฟางก็ซดโอวัลตินร้อนๆ ให้สดใส เพราะถ้าไม่ได้อะไรร้อนๆ กุกลับคารถแหง จากนั้นพาสมาชิกเดินทางกลับเมืองกุ้ยหลิน

 

ชาวเราบ่นว่าร้อนๆ กันมาหลายวัน วันสุดท้ายนี้แหละหนาวกันสะใจ รู้สึกจะ 13 องศาพะย่ะค่ะ หึหึ เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ เสื้อกันหนาว ใครมีอะไรก็งัดออกมาซะ อิฟางก็จัดเต็ม เสื้อ 3 ชั้น ผ้าพันคอ อุ่นมาก ชาวต่างชาติที่ไปเที่ยวบริเวณนั้น และคนจีนบางคนก็มอง แต่กุแคร์ไหม ไม่อ่ะ กุหนาวอ่ะ

 

ระหว่างทางแวะร้านผ้าเยื่อไผ่ ฟังบรรยายสรรพคุณและให้สมาชิกเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ก่อนจะเดินทางถึงกุ้ยหลิน ไปสวนชวนซานชมถ้ำทะลุ งานนี้ทางสั้นๆ เดินแค่ประมาณ 35-40 กว่านาทีก็ออกแล้ว แต่ว่าตรงช่วงไหนที่เดินผ่านไปแล้วเค้าจะปิดไฟภายในถ้ำ ข้างหลังน่ากลัวมาก หินงอกหินย้อยในถ้ำนี้ก็สวยงาม อิฟางถ่ายรูปมาเยอะพอสมควร แต่ว่า มือสั่นมากอ่ะ ชอบกล้องหนักๆ มากกว่า ไปเที่ยวนี้ถ่ายสั่นเกือบทุกรูป มีสัก 5% ที่ออกมาไม่สั่น นอกนั้น 95% สั่นหมด -*- อะไรเนี่ย

 

จากนั้นก็ทานอาหารกลางวัน แวะร้านบัวหิมะ นี่ละไฮไลท์ร้านช้อปปิ้งรัฐบาลที่ชาวเราเฝ้ารอ เพราะเป็นยาที่มีชื่อเสียงมาก แช่เท้า นวดเท้า ซื้อของกันจนพอใจ ก็พาไปถ่ายรูปกับเจดีย์เงิน เจดีย์ทอง ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับถนนคนเดิน และถนนใต้ดินซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าวัยรุ่นเลยละ บอกว่าที่เจดีย์มันติดน้ำ หนาวม๊ากกกก ลมพัดทียะเยือกสุดๆ อ่ะ

 

และที่นี่เองที่กุได้รู้ความหมายของ ไอ้สัญลักษณ์ โอเค ของกุ ว่ามันคือ จำนวนเลข 3 ภาษามือของชาวจีนเค้าละ

 

1  ชูนิ้วชี้

2  ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง

3  เก็บนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง ปล่อยนิ้วกลาง นาง ก้อย ออกมา โอเค...นั่นแหละ - - (บ้านเราจะเก็บนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยใช่ไหมล่ะ)

4  ก็เก็บนิ้วโป้งเข้าไป เหลือ 4 นิ้วชูขึ้นมา

5  ก็กางไปเลย 5 นิ้ว

6  คาราบาวแดง มะช่าย ชูนิ้วโป้งกับนิ้วก้อย หดนิ้วขี้ กลาง นาง ลงไป หรือก็คาราบาวแดงอย่างว่านั่นแหละ

7  น่าจะเคยทำกัน แบบนิ้วโป้ง กับนิ้วชี้ที่เคยเอามาแอ๊คไว้ใต้คาง ทำเท่ถ่ายรูปน่ะ แต่เราใช้คว่ำลงนะ มันจะกลายเป็นเลข 7

8  นี่ก็ไม่ยาก ท่าเดิมจาก 7 แต่หงายขึ้น (เค้าทำไมเข้าใจว่าเป้น 8 ก็งงเหมือนกัน แต่เอาเถอะ ยังไงมันก็คือ 8)

9  กำมือ ชูนิ้วชี้ขึ้นมา และงอนิ้วลงให้มันงอๆ แทนเลข 9 ละ

10  นี่ใช้ นิ้วชี้ทั้งสองข้าง มาทำเครื่องหมายบวกกัน นั่นคือ 10

 

ทั้งหมดนี่ไกด์ท้องถิ่นสอนมา เพื่อเอาไว้ใช้เวลาซื้อของ ต่อราคาของ -*- คุณพี่สมุทรครับ แล้วทำไมไม่สอนตั้งแต่วันแรก นี่มันวันสุดท้ายแล้ววววว

 

ปล่อยซื้อของตามอัธยาศัย นัดเจอกันอีกที 18.00 น. ขอซึ่งอิฟางไปเดินกับพี่หลีก่อน จากนั้นด้วยความอยากไปถนนใต้ดิน แต่พี่หลีไม่ไปแล้ว เลยขอไปคนเดียว พี่เค้าก็ว่ากลัวจะหลง แต่อิฟางสัญญาเป็นมั่นเหมาะว่า ถึงจะหลงแต่ก็จะกลับมาให้ทัน 18.00 น. แน่นอน พี่เค้าก็บอกทาง และอินี่ก็จ้ำไป มีเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อตามล่ารองเท้า ลองทายกันดูสิ จะได้กลับมาไหม หึหึ

 

อยากจะบอกว่าของราคาถูกกว่าที่เมืองไทยพอสมควร(คุณภาพก็....ว่ากันอีกเรื่อง ดูดีๆ ละกัน) ซึ่งถ้าขาช้อปไปนี่ อาจจะซื้อจนไม่มีกระเป๋าขนกลับอ่ะ

 

อินี่ก็เข้าไป พูดก็ไม่ได้ เปรี้ยวอีก..เดินคนเดียวคร่า - - บางอย่างที่มีป้ายบอกก็ชี้ไปที่ป้ายและมองหน้าแม่ค้า แม่ค้าก็พยักหน้าแล้วยิ้มให้ กุไม่พูดอะไร ไม่ถามอะไร(เพราะกุพูดไม่ได้) ยิ้มให้อย่างเดียว และก็นั่งลองสวมรองเท้า ทีนี้แหละติดปัญหา ไปลองรองเท้าผ้าใบ ซึ่งกุอยากได้ไซส์ 36 แล้วจะบอกยังไง แม่ค้ามองหน้ายิ้มให้แล้วหยิบเครื่องคิดเลขมาตรงหน้ากุ แล้วก็ทำภาษามือพร้อมกับพูดภาษาจีนของแกนั่นแหละ แต่เข้าใจได้ว่า จะเอาไซส์ใหญ่กว่านี้ หรือเล็กกว่านี้ ให้กดเลขมา อินี่ก็อ๋อ....ยิ้มและกดเลข 36 แม่ค้าใจดีพยักหน้าหงึกๆ และเดินไปหารองเท้าให้กุ

 

ส่วนลูกค้าชาวจีนสองคนเป็นแฟนกันก็มองกุแล้วนินทา ประมาณว่าอินี่มันมาจากไหน กุฟังไม่รู้เรื่องจริง แต่กุเซนส์ดีนะเฟ๊ย เลยหันไปยิ้มให้แล้วตอบไปว่า

“เป็นคนไทยค่ะ” ภาษาไทย ทีนี้จีนงงละ

“Thai people” ภาษาอังกฤษใส่ก็ยังไม่เกท - -“

泰國น่าจะออกเสียงประมาณว่า ไท่กั๋ว อะไรอย่างนี้ แปลว่าคนไทย ทีนี้แหละ พยักหน้ากันหงึกๆ ยิ้มให้กุใหญ่ กุก็ยิ้มตอบ ไปที่ไหนก็ขึ้นชื่อนะ คนไทยกับรอยยิ้มเนี่ย 

 

สรุปว่ารองเท้าเบอร์ 36 ใส่ไม่ได้ กุก็ขอเบอร์ 37 แต่มันเป็นรองเท้าเด็ก -*- เบอร์ 36 ใหญ่สุดแล้ว อะไรกันเนี่ย เค้าก็เชียร์คู่อื่นนะ แต่ใจมันรักคู่นั้นอ่ะ เลยตัดใจ ขอบคุณเค้าแล้วจากมา (สรุปว่าไม่ได้รองเท้าอ่ะ ฮรือ)

 

เดินดูนั่น นี่ นู่น พอดูนาฬิกา อีก 8 นาที ถึงเวลานัด กี๊สสสสสสส  4x100 เมตร จากที่หนาวๆ ร้อนตับแล่บ มาถึงจุดนัด 17.58 น. ก๊ากส์

 

ดูพี่หลีจะตื่นเต้นมากที่กุกลับมาถึงพอดีเป๊ะ และไม่หลง 555 ก็กลับมาแวะซื้อจี้มาอันนึง กุจะไม่เอาสร้อย แต่แม่ค้าก็จะให้เลยเอามาด้วย(เพราะมันรวมอยู่ในเงินที่กุจ่ายไปแล้วนี่นะ) จากนั้นก็เชิญลูกค้าขึ้นรถ ไปทานมื้อเย็น

 

เดินทางไปดูโชว์ Dream like Lijiang ก่อนไปก็จินตนาการไปต่างๆ นานา ว่าจะเป็นอย่างไร แต่พอได้ดูจริงๆ ประทับใจมากๆ ทุกชุด ที่ชอบสุดๆ เห็นจะเป็นโชว์สวมหมวกนี่แหละ แบบว่า ครั้งหน้าจะฝากไกด์ซื้อดีวีดีให้ได้ (ที่ไปเองก็กะจะซื้อ แต่ต้องเรียกลูกค้าขึ้นรถ พอขึ้นครบ อ้าว...แล้วกุจะลงได้ไง สรุปว่าอด) ดีวีดีราคา 100 หยวน ไม่รู้เหมือนว่ามีการแสดงครบทุกชุดหรือเปล่า แต่น่าจะครบนะ การแสดงก็ราวชั่วโมงกว่าๆ ที่เยี่ยมที่สุดคือ

 

พี่สมุทรบอกว่ามีจอทีวีเล็กๆ ถ่ายทอดเข้าไปในห้องน้ำด้วย แบบว่า...เผื่อใครไปเข้าห้องน้ำแล้วจะพลาดช็อตสำคัญไง พี่แกเลยส่งตรงไปยังห้องน้ำซะ เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว - - นั่งฉี่ไปก็ดูไปด้วยได้ ทีแรกก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่ก่อนกลับไปเข้าห้องน้ำ สรุปว่า มีจริงเว้ยเฮ๊ย

 

ก่อนกลับสนามบินแวะไปกินติ่มซำกันที่โรงแรมอะไรสักอย่าง จำชื่อไม่ได้ละ ซาลาเปาอร่อย โจ๊กชาวบ้านเค้าว่าอร่อย แต่อิฟางงั้นๆ อ่ะ - - จากนั้นก็ตีรถไปสนามบิน ร่ำลากับพี่สมุทร กอดกันก่อนจาก ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม ถ้าได้ไปอีกก็อยากจะไปนะ อยากเจอพี่ๆ อีก สนุกดี ปล่อยสมาชิกพักผ่อน แพ๊กกระเป๋าใหม่ หาที่นั่งพักตามอัธยาศัย และบินกลับ กทม

 

ถึงตี 3 ครึ่งได้ ก็รับกระเป๋า และส่งสมาชิก ก่อนจะเดินมึนๆ ง่วงๆ ไปโบกแท็กซี่ พร้อมกับแจ้งว่า พี่ขอด่วนๆ ผมง่วง พรุ่งนี้ต้องทำงานต่อ สรุป....ขึ้นรถตี 4 ครึ่งกว่าไปแล้ว แต่กุถึงห้อง ตี 5 นิดๆ ป๊าด....พี่เค้าพากุบินกลับใช่ไหม ประมาณว่าอยู่บนรถก็ครึ่งหลับครึ่วตื่นอ่ะนะ ถึงห้อง ไม่ต้องทำไร ถอดรองเท้า เข้าห้องน้ำ ขึ้นเตียง และลาโลกทันที

 

สรุป.....ประสบการณ์ 6 คืน 4 วัน ที่ผ่านมา สนุกสนาน ประทับใจ สมาชิกก็น่ารัก ทีแรกก็กังวลว่าเราเป็นกรุ๊ปใหญ่ จะมีปัญหาเรื่องเวลาไหม เรื่องนั่น นี่ นู่น ไหม สรุปว่า ปัญหาส่วนมาก เกิดจากเหตุสุดวิสัย ที่เกิดจากตัวสมาชิกเองแทบจะไม่มีเลย เลิศที่สุด

 

ที่ไม่ชอบเลยก็คือ ที่ประเทศจีน เค้าไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่ากันนะ บนโต๊ะอาหารไม่มีเลย มีแต่น้ำอัดลมกับชา คือก็ดื่มชาได้ แต่มันร้อนไง ก็ต้องกินน้ำอัดลม ซึ่งโดยส่วนตัวไม่ชอบอยู่แล้ว กินทุกมื้อก็ไม่ไหวอ่ะ ต้องดิ้นรนกลับมาดื่มน้ำเปล่าบนรถ -*- ใจจะขาด

 

ส่วนเรื่องห้องน้ำ บางที่ก็ปรับปรุงแล้ว บางที่ก็ยังเดิมๆ แต่ก็นะ ....เข้าเมืองตะหลิว ต้องตะหลิวตาม (เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม นั่นแหละ) แต่จะดีกว่านี้ ถ้าตามสถานที่ท่องเที่ยว จัดห้องนำที่มิดชิด เพราะยังไง นิสัยคนไทยก็ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องแบบนี้อยู่แล้วอ่ะนะ บางที่ถึงแม้จะยังเป็นส้วมแบบเดิมๆ แต่ก็ยังเปิดน้ำให้ไหลอยู่ตลอด ก็ยังดี กลิ่นไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่

 

แต่ถ้าถามว่า ถ้าได้ไปจีนอีกจะไปไหม ตอบแบบไม่คิดเลยว่า ไป เพราะจีน เที่ยวทั้งชาติก็ไม่หมด